อ๊าก ได้รับคอมเมนท์เยอะเหลือเกินดีใจหลายเจ้าค่ะ ดีล่ะเราจะเมาท์ให้เต็มที่ !! เริ่มตอบเมนท์ๆ
ตอบคุณ Fuyu
ก๊ากฮ่าๆๆๆ เรานี่ทำรีวิวตอนหลังๆ ก็คงต้องเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนกันค่ะ แหงะ ฮาเร็มนั่นเหมือนต้องใส่แส่นไปเจอทุกคนแล้วทำเกจคิจิคุให้เต็มรึเปล่าหว่า แต่แบบว่า แหงะค่ะ....ตรงที่มันดูเอสเอ็มเกินปรอทของข้าเจ้า ชุดแต่ละคนอ่ะนะ....
อ๋อ อากิน่ะเอง รู้สึกในไทยนี่อากิจะดังกว่าที่คิดนะคะเนี่ย เราแบบว่า....เล่นอากิคนแรกเลย เพราะไม่ตรงสเปคสุด...(นี่หล่อน) แต่พอไปหลังๆ เริ่มรู้ความจริงว่าอากิเป็นไง แล้วยิ่งไปเล่นภาค R ด้วยแล้ว เออ ก็น่ารักเหมือนกันนี่หว่า....แต่ก็สู้มิโด้ไม่ได้ค่าๆๆๆๆๆๆๆๆ รายนั้นทำเอาเรากรี๊ดร้องกี่ทีแล้วก็ไม่รู้กับความเดเร่ที่....ถึงไม่ใช่แว่นก็ทนไม่ไหวเหมือนกันเฟ้ย !! (ใจเย็นเจ๊)
ฮานามาจิเหรอคะ......เป็นแผลใจของเราค่ะ ฮือออออ ถึงจะไม่ลึกเท่าไหร่ก็เถอะ แต่เอามิโดรินมาพากษ์เสียงโชตะที่คำพูดร้อยละ 80 เสียงแถว อะ อิ อุ เอะ โอะ เนี่ย เดี๊ยนทำใจไม่ได้ค่ะ ถึงอีกคนจะเป็นคุณโมริคาว่าก็เถอะ ตรูทำใจไม่ได้เฟ้ย....แต่เราก็ยังไม่เข็ดค่ะ เพราะพอเจ้าฮานาคาเงะที่เป็นภาค 2 ออกมา ตัวที่มิโดรินพากษ์ก็โตเป็นสาว....เอ๊ย หนุ่มแล้ว ก็ดันอยากเล่นอีก โฮๆๆๆๆๆๆ เชื่อเลยนิสัยตรู....
แล้วมาอ่านรีวิวอีกนะคะ ขอบคุณสำหรับเมนท์มากๆ เลยค่ะ
เสริมๆ ตอนนี้เล่นฮานาคาเงะที่เป็นภาคต่อเรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วพบว่ามันสนุกผิดคาด แต่เนื้อเรื่องน้ำเน่าสุดๆ แบบว่าละครไทยหลังข่าว+นิยายวาย 250 บาท+ละครช่วงกลางวันที่พวกแม่บ้านชาวญี่ปุ่นดูกัน คนที่ชอบแนวนี้น่าจะสนุกค่ะ (ถ้าอ่านออกนะ)
ตอบคุณ Rosaria [It's my WAY]
สวัสดีค่ะ เราก็เคยไปอ่านบลอคคุณโรซาเรียเหมือนกัน ชอบตรงการ์ตูนแมวมากเลยค่ะ น่ารักมาก
ฮะๆๆๆ จนป่านนี้เราก็ยังไม่อันอินสตอลเกมนี้ออกจากเครื่องเลยค่ะ นึกครึ้มๆ ก็ไปลวนลามมิโด้ แกล้งฮอนดะ โดนหัวหน้าแผนกแทง จับกดคาสึยะอยู่เลยค่ะ (เค้ารู้รสนิยมเธอหมดแล้ว กร๊าก)
โบกธงแม่ยกด้วยค่ะ เย้ เราก็ชอบเนื้อเรื่องของลูทนี้มากเลยนะคะ ถ้าพูดถึงเนื้อเรื่องเราว่าคู่มิโด้คาสึยะนี่ดีที่สุดในเกมนะคะ แบบว่ามันมีครบหมด ที่จริงของฮอนดะคาสึยะก็ดีพอๆ กันแหละแต่มาแพ้ตรงหน้าไม่หล่อเท่ามิโด้กับไม่ซึนเท่านั้นแหละ (เฮ้ย หล่อน)
แต่ท่ว่า เรายังมีสิ่งที่ชอบมากกว่านั้นคะ นั่นคือ "มิโด้อุ" น่ะค่ะ เคะราชินีนิสัยแมนที่เดเร่ด้วยท่าซึนๆ น่ารักน่าจับ
กด โอ๊ก ไม่ไหวแล้วค่ะโดนมากๆ (อาการหนัก)
คู่นี้เราชอบเพราะตอนสุดท้ายชัดๆ เลยล่ะค่ะ มันอิมแพคมากๆ ฮ่าๆๆๆ
ตอบคุณ Nathael
ไอ้เสียงหัวเราะชั่วร้ายตอนมิโด้โดนกดของเรามันจะโผล่ออกมาตอนท้ายภาคหลักกับในภาค R น่ะค่ะ ตอนโดนเอสเอ็มแถวกลางเรื่องนี่เดี๊ยนสงสารหัวหน้าฝ่ายค่ะ เพราะแว่นเลวได้เหรียญมาก แล้วยิ่งมิโด้ใจแข็งไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมลงให้ งานนี้แว่นเลวได้ถ้วยไปเลย.....ไม่ไหวค่ะ มีนึกแว้บๆ เลยว่าขอเตะก้านคอแว่นสักทีได้มั้ย เพราะตอนนั้นอ่านๆ อยู่พอจะเข้าใจว่าแว่นมันเหมือนจะชอบมิโด้ แต่ดูมันทำ.....โอ๊ะโอ มาระบายตรงนี้ แล้วเราจะไปสครีมตรงไหนก๊าน พอๆ
ส่วนดราม่าซีดีเราชอบแว่นxคาสึยะค่า ไม่ไหวแล้วคู่นี้น่ารักเป็นบ้าเลยอิ๊อ๊าง แล้วคาสึยะนะทั้งที่ปกติไม่ค่อยเถียงใคร แต่กลับเถียงแว่นน้ำไหลไฟดับทั้งที่แหยๆ อ๊าก โดนมากพี่น้อง (ใจเย็นเย๊น)
ตอบคุณ ๐~*yoshi*~๐
หึหึหึหึ ขอเชียร์ให้ไปหาภาค R มาเล่นอย่างด่วนค่ะ เพราะโมเอ้มากสุดๆ ไปเลย แต่สำหรับคนที่ชอบเอสเอ็มมากๆ เลวมากๆ อาจจะรู้สึกไม่สะใจเท่าไหร่ แต่เราชอบบรรยากาศแบบในภาค R มากกว่าค่ะ แหม่ รู้ซึ้งเลยว่าความรักทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ (ถึงในเนื้อเรื่องของลุงคาตากิริจะเปลี่ยนมากไปหน่อยก็เหอะ)
แว่นกับมิโด้ถ้าเทียบความโฉดกันแล้ว แว่นกินขาดค่ะ เพราะหลังๆ เนี่ย มันเห็นๆ กันอยู่ว่ามิโด้น่ะซึน.....หลงคาสึยะเห็นๆ แต่ไม่ยอมรับ (กรณีแว่นเจ้านั่นไม่รู้ตัวจริงๆ น่าเตะก้านคอยิ่งนัก)
กร๊าก ไม่มั้งค่ะ ไม่งั้นคนที่เกิดวันเดียวกับแว่นก็......ไม่นึกภาพอาจจะดีกว่าก็ได้
นั่นสินะคะ ถ้าจะเล่น เราว่าเล่นมิโด้คาสึยะให้ชินก่อนแล้วค่อยเล่นแว่นมิโด้ดีกว่า ดีต่อจิตใจกว่าอย่างบอกไม่ถูก (เฮ้ยๆ) เรามาเล่นคาสึยะทีหลังนี่แบบ....กร๊อด เล่นลูทนี้เสร็จ ตรูจะกลับไปแว่นมิโด้อีกครั้ง (อ้าวเฮ้ย)
เราก็เรียกตัวเอกของเกมที่เป็นอุว่าอีหนูบ่อยๆ ค่ะ แบบว่า แหม เค้าเรียกว่าเป็นการแสดงความรักเนอะ... อ๊ะ เชียร์ๆ ให้ทำคู่ไทจิค่ะ เราชอบลูทนี้ตรงที่คาสึยะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างงดงามโดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นน่ะค่ะ ถึงตอนนั้นจะใส่แล้วอัดไทจิก็เถอะ (แต่ฉากนั้นเห็นแล้วเสียดายจริงๆ น้า ว่าทำไมมันไม่มีแว่นไทจิฟระ ชิ)
ตอบคุณ เพนกวิน...
ใช้ศัพท์ถูกแล้วล่ะค่า หัวหน้าฝ่ายมิโด้เป็นซึน.เด.เระ.ค่ะ เรื่องปากแข็งน่ะแน่นอนอยู่แล้ว แต่พอเป็นคนรักกันแล้วเนี่ยสิ จะหวานไปไหนค้าๆๆๆๆๆ ขอร้องล่ะ ข้าเจ้าจะกลิ้งจนน้ำหนักลงอยู่แล้วเนี่ย แฮ่กๆ
ฮอนดะเข้าทำนองรักแต่ไม่บอกค่า ที่จริงแอบชอบคาสึยะมาตั้งนาน รู้สึกฮอนดะจะเจอคาสึยะครั้งแรกสมัยม.ปลายในการแข่งขันวอลเลย์น่ะค่ะ ที่จริงฮอนดะรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของคาสึยะตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็อยากจะเล่นวอลเลย์กับคาสึยะมาตลอดจนสมหวังเมื่อเข้ามหาลัย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรัก แต่ต้องเก็บเอาไว้บอกไปไม่ได้ อ๊ากสะใจ (เฮ้ย)
ข้าเจ้าเอ็นดูหมอนั่นมากขนาดตอนสุดท้ายที่ฮอนดะสารภาพรักคาสึยะที่โรงแรม กดปฏิเสธไปโดยไม่ต้องคิดเลย
ค่า ก็แหมปฏิกิริยามันน่ารักดีนี่นา เป็นเพื่อนไปซะเถอะ ฮ่าๆๆๆๆ ตำแหน่งแฟนมีให้หัวหน้าฝ่ายคนเดียวอ่ะ โทษทีนะ
ไทจินี่ต้องบอกว่าเพราะสิ่งแวดล้อมชัดๆ ค่ะ เพราะบ้านเจ้านี่เป็นยากูซ่า เวลาดีก็ดีนะ แต่พอนิสัยยากูซ่าออกแล้วแบบว่า...ตอนนั้นเพราะเจ้าไทจิมันหงุดหงิดกับเรื่องที่บ้านด้วยล่ะมั้ง พอโดนคาสึยะโวยใส่เรื่องเวบก็เลยตอกกลับเข้าให้ ก่อนจะโดนแว่นสั่งสอน (สั่งสอนเรอะนั่น)
ฮือออออออ มันมีโดแว่นคาสึยะบ้างมั้ยค้า อยากอ่านคู่นั้นที่สุดอ่ะ
อ๊าก คลับอาร์เนี่ย ถ้าทำสงสัยต้องทำหน้าเวบใต้ดินล่ะมั้งคะนั่น แต่ละอย่างที่มันอยู่ในนั้นเนี่ย
ตอบคุณ ma_ki
กรี๊ดดดดดด คุณมากิค้า ไม่ไหวแล้วคะ เราเล่นทั้งอิคุทั้งพี่โคตะสองคนแล้ว ชอบทั้งสองคนเลยค่า แต่ชอบพี่โคตะมากกว่า เอ้อ คุณมากิรู้รึเปล่าคะว่า ถ้าเกิดเล่นตัวไหนจบแล้ว มาเล่นอีกรอบจะมีความคิดของฝ่ายชายโผล่ขึ้นมาด้วยล่ะค่ะ ตอนแรกเราเล่นอิคุจบแบบดีไป พอโหลดมาจะเล่นแบบทรู มันมีความคิดของอิคุโผล่ขึ้นมาให้อ่าน เราเลยย้อนกลับไปเล่นตั้งกะแรกเลย กร๊าก เลยทำให้รู้ได้ว่าความจริงแล้วอิคุเนี่ย ป๊อดสุดๆ เลยค่ะ แต่ถ้าเกิดตกลงปลงใจครั้งหนึ่งแล้วก็ถอนตัวไม่ขึ้น เป็นผู้ชายประเภทกระตุ้นสัญชาตญาณแม่มาก
พี่โคตะจะมีเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ให้เรา เผื่อเราเปลี่ยนใจ (ในอีกแง่หนึ่งตานี่ก็ป๊อดพอกัน) แต่อิคุตอนจบนี่ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ปล่อยเราไป กร๊าก บันไซยูสะ !!
แต่ซีจีสุดท้ายของพี่โคตะนี่ หาทิชชู่มาซับเลือดแทบไม่ทันค่ะ อาไรจะเซ็กซี่ขนาดน้าน บวกเสียงอิชิดะเข้าไปอีก ไม่ไหวแล้วค่ะ ยกธงขาวค่ะ ว่าแต่อยู่ก่อนแต่งนี่ โฮ่ๆๆๆๆ พี่โคตะล่ะก็..... ฝ่ายอิคุน่ะพอเราจบมหาลัยก็ขอแต่งทันทีเลย (จะแบบไหนก็โมเอ้ทั้งนั้น เพราะชอบเข้าไปแล้ว)
ตอบคุณ wanako_chan
อ๋อ เรื่องนี้เราก็อ่านค่ะ กว่าจะเจอเรื่องทีถึงพระเอกจะมีผู้หญิงมารุมชอบก็ไม่แปลกใจที แหม่ หายาก หึหึหึหึ คุณโอคาโมโตะเปิดตัวจากดราม่าวายนะคะ ลองไปหามาฟังดูสิคะ เอาให้รู้กันไปเล้ย
งั้นแล้วได้ซื้อ step up สองเล่มกับ ภาษาญี่ปุ่นดิ้นได้มารึเปล่าคะ ? สามเล่มนั้นก็ดีมากเลยนะคะ แบบว่าช่างเป็นหนังสือที่ฟ้าประทานมาให้คนแปลนิยายชัดๆ เลย เห็นแล้วอยากจะร้องไห้ด้วยความดีใจ ส่วนดิกนี่วันนั้นเราแบกหนังสือสองข้างหนักรวมกัน 20 กว่าโลได้ค่ะ ฮ่าๆๆๆ รวมดิกอังกฤษกับพวกพจนานุกรมคำไทยเข้าไปด้วย
เราก็อยากลองดูค่ะ ยิ่งได้รู้ว่าเคคิคือโคยาสุนี่ยิ่งอยากดู ฮ่าๆๆๆ ส่วนเรื่องปั๊มเงินนี่ไม่แน่ใจนะคะ แต่จะพยายามค่ะ เคนี่ของแน่ แบบว่าจะว่าไงดี เคเหมือนทำเย็นชาใส่เพราะรักเลยอ่ะ (กร๊าก เมื่อเจอมิโดรินเราจะกลายเป็นมาโซ) แต่ดีโอนี่....ไม่รู้คุณวานาโกะไปเห็นซีจี+เนื้อเรื่องล่าสุดในเวบรึยัง ดิโอแบบว่า...เราก็กรี๊ดค่า กรี๊ดมาก แต่ยังไม่เท่าเคเท่านั้นเอง เอ้อ เพิ่งจะมานึกออกว่า คนพากษ์ดิโอคือคุณมิอุระที่เสียงหล่อมากเลยค่า เราเคยเล่นเกมนึงที่เขาพากษ์ ได้ยินเสียงทีนี่แบบว่าวิ่งไปหาชื่อคนพากษ์แทบไม่ทัน กร๊าก ตอนนี้เลยกะว่า ต่อจากเคก็เป็นดิโอนี่ล่ะฟะ แต่เกมนี้ค่อนข้างแปลกใจนิดนึงว่า ทั้งที่มีคุณมาเอโนะคนโปรดของเรา กับคามิยันที่ช่วงนี้เริ่มฟังบ่อยแล้ว แต่เรากลับไม่สนสองตัวนั้นเลยนี่สิ เห็นได้ชัดว่าข้าเจ้าไม่ได้จีบหนุ่มเพราะเสียงเสมอไป 55555 (มีเสียงขัดมาว่า หล่อนแค่หน้ามืดกับมิโดรินเลยไม่สนคนอื่นตะหาก)
ฮ่าๆๆๆๆ นี่ก็แค่ออเดิร์ฟจริงๆ ล่ะค่ะ เพราะไม่ว่าจะเป็นแว่นมิโด้หรือมิโด้คาสึยะไม่ว่าลูทไหนก็ตามน่ะแหละ ต้องผ่านฉากนี้มาก่อนทั้งนั้น สรุปตัวจริงของเกมนี้คือมิโด้? กร๊าก คิดได้นะเรา
โฮ่ๆๆๆๆ ปกติเกมจีบนี่ถ้าไม่หูฟังก็จะไม่สะใจอยู่แล้วล่ะค่ะ หรืออีกนัยหนึ่งก็เพราะ....ตรูอายยยยย ด้วยน่ะแหละค่ะ ประมาณว่าตรูมาฟังอะไรเนี่ย ไม่อยากให้คนอื่นได้ยินเลยว่าตรูกำลังมานั่งฟังอะไรแบบเนี้ย กร๊าก
ปล.หวิวแค่อากิระเหรอค้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชิกิตี้ก็หวิวนะค้า
ตอบริสจัง
กี๊ดๆ เอาคู่นี้ก่อนน่าริสจัง ก็เค้าชอบมิโด้อุอ่ะ ฮ่าๆๆๆ แหม่ มิได้เจอกันตั้งนาน (ในเมนท์บลอค) ไม่อยากบอกว่าเรื่องละครภาคค่ำเนี่ย ก็เพิ่งมาคิดได้เอาตอนที่เล่นเพื่อทำรีวิวนี่แหละก๊าก แบบว่าเพราะอ่านรู้เรื่องขึ้น? มันเลยชักตะหงิดๆ ใจ
อย่าว่าแต่โยคานาตะเลยตะเอง ตอนนี้เล่นออทั่มในหัวก็พาลจะไปเข้าสายพี่โคตะxอิคุอยู่เนี่ย (เดี๋ยวได้โดนจารย์ฟาด)
ตอบคุณ darkmachan
ก๊ากกก ฮ่าๆๆๆ เรื่องเกจนี่เราแทบอยากหักมันหลายรอบแล้วค่ะ ขึ้นได้ขึ้นดีแบบนี่แกอยากจะบอกว่าชั้นเป็นเอสงั้นเรอะ แบดเอนด์เนี่ยเราชอบของลุงคาตากิริสุดค่ะ เนื่องจากเป็นพวกชอบความรันทด เล่นเจอฉากนั้นแล้วแทบร้องไห้ตามลุง แล้วที่ยิ่งอยากร้องไห้เข้าไปใหญ่คือ แว่นมันเจือกใจดีกับลุงทั้งที่โดนแทงนี่แหละ ไอ้บ้าเอ๊ย แกเพิ่งมารู้ตัวเอาตอนที่กำลังจะตายเนี่ย ชิบเป๋งงงงงงง ใครก็ได้ส่งทิชชู่มาที (ใจเย็นเพ่) เจอฉากนี้ฉากเดียวฉากโดนแทงอันอื่นๆ กระเด็นหายออกจากหัวหมดเลย ฮ่าๆๆๆ เราจำแบดของคนอื่นๆ ไม่ค่อยได้น่ะค่ะ ว่าเป็นไง เพราะเล่นนานมากกกกกก จำได้แต่ของตาลุงเพราะอิมแพคมันแรง
จะว่าไปมีแบดของมิโด้อันไหนนะฮามาก ที่มีคนเข้ามาเจอเฮียตอนกำลังลวนลามคาสึยะพอดี ไอ้บ้าเอ๊ย ไม่เลือกสถานที่ก็เจอแบบนี้แหละ ขำท้องคัดท้องแข็งไปพักนึง (ใชเรื่องน่าหัวเราะเรอะ) จำได้แต่ตอนนั้นแหละ
แต่ลูทแบดไทจิเนี่ย คือมาสเตอร์เป็นพ่อของไทจิน่ะค่ะ เพราะงั้นเลยจีบไม่ด้ายยยยย แถมคุณพ่อยังมากระซวกแว่นเพื่อแก้แค้นแทนลูกอีก ฮือ คุณพ่อขา สมแล้วที่อยู่แก๊งยากูซ่า
เอ่อ อากิไม่ได้ชวนขึ้นเตียงหรอกนะคะ อากิเห็นท่าทางอย่างนั้น แต่ความจริงซื่อมากค่ะ ซื่อสุดๆ แว่นน่ะคนแรกนะคะ แต่ทำท่าราชินีไปงั้นเองแหละ เพราะสนใจแว่นที่ดูไม่เหมือนคนอื่นเลยเข้าไปทัก ก่อนจะเจอแว่นลากเข้าโรงแรมซะงั้น เจอเขี้ยวพิษไปเต็มๆ เลยอีหนูเอ๊ย ของอากินี่ถ้าอยากให้จบสมบูรณ์จริงๆ ต้องไปเล่นภาค R ด้วยค่ะ เพราะคาสึยะกลัวโดนหักหลังเลยไม่อยากมีคนรักแล้วให้อากิเป็นสัตว์เลี้ยงแทน อากิก็รู้สึกตัวถึงเรื่องนั้นก็เลยยอมเป็นแมวก็ได้ฟระ แต่ตอนหลังพอแว่นรู้ตัวแล้วว่ารักอากิ....อ๊ากกกกกก แว่นรีโวลูชั่นอีกแล้วค่ะ ความเลวลดลงไปอีก 80 เปอ อะไรจะหวานขนาดนี้เฮียเอ๊ย
นั่นสินะคะ น่าเสียดายจริงๆ ที่มีแค่ในคลับ R อ๊าก Spray ช่วยทำพาราเรลเกมนี้ออกมาได้ม้ายยย ให้เนื้อเรื่องแว่นคัทสึอ่ะ เป็นฝาแฝดกันไปเล้ยเดี๊ยนชอบอินเซส (เฮ้ยยยยยยย)
ตอบคุณ เป็ดเน่า!!
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โป๊ะเชะเลยสินะคะ โชคดีแฮะเรา จะลงให้ละเอียดเลยค่า เอนทรี่ที่แล้วเนี่ย ธงแม่ยกมิโด้คาสึยะปลิวไสวเลยล่ะค่ะ เลยนึกว่าจะไม่มีใครเชียร์คู่นี้เต็มตัวซะแล้ว (ต่อไปหาแนวร่วมแว่นคาสึยะ)
เกมแฮรี่นี่คือที่เป็นแบบผจญภัยเหรอคะ ?
ตอบคุณ Berzentyle~*
เสียวสันหลังหรือเสียวข้างหลังคะ ? เหอๆๆๆ
ก๊าก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อืม ถ้าเกิดเลือกเล่นลูทไหน มันก็เป็นท่าที่ต้องการจริงๆ แหละค่ะ (เฮ้ยยยยยยย)
...............................................................................................................................................
ก่อนจะเข้าเรื่อง เราขอออกนอกเรื่องหน่อยคือก็ตะหงิดๆ มาตั้งนานแล้วล่ะฮ่ะ แต่ไม่ค่อยได้ระบายเรื่องนี้กับใครเลย เลยอยากถามว่ามีใครเคยสังเกตชื่อบริษัทเกมนี้บ้างรึเปล่า เพราะดูแล้วก็อยากถามว่า.....จงใจรึเปล่าฟระ?
MGN = MeGaNe <<<< เปอร์เซ็นต์จงใจ 89% มือมันลื่นเขียนไปเอง 10% คิดไรไม่ออกแล้ว
เอาแบบนี้แหละ 1% คิดว่าอันไหนคะ ?
คิคุจิมาร์เก็ตติ้ง <<<< อันเนี้ยไม่ต้องคิดไรมากก็น่าจะเก็ท....สลับที่นิดๆ หน่อยก็ถึงบางอ้อ เปอร์เซ็นต์จงใจ
98% มือมันลื่นเขียนไปเอง 1% คิดไรไม่ออกแล้วเอาแบบนี้แหละ 1% แหงๆ ฟันธง !!
แบบว่าคิดไปด้ายยยยยยยยยย มามุขเดียวกะที่โคอิบิโตะยูกิ เจ้าทาคิซาว่าอยู่ห้อง 8・0・1 (YA・O・I) เลยแฮะ สงสัยเวลาเราเขียนฟิคคิดชื่อคิดไรไม่ออกเล่นมุขนี้มั่งซะดีมั้ยเนี่ย
เฮ้อ กลับเข้าเรื่องๆ เรามาต่อตำนานรักของแว่นกับมิโด้กันเถอะค่ะ อืม ต่อจากตอนที่แล้ว คาสึยะก็จะใส่แว่นไปทำงานทุกวันเลย (กรณีเล่นสายแว่น) การงานก็ราบรื่น แน่น๊อน ว่าต้องใส่แว่นไปหาหัวหน้าแผนกอยู่แล้ว กิ๊บกิ้ว (ที่จริงก่อนหน้านั้นมีไปเจอไทจิก่อนด้วยแต่ขอวิ่งผ่านไปหาหัวหน้าฝ่ายก่อนเลยนะค้า)
อีเวนท์เล็กๆ น้อยๆ : Round 1 (ไม่ใช่จะไปชกกันนะเว้ยเฮ้ย)
แว่นไปยืนอยู่หน้า MGN แล้วโทรศัพท์ไปประชาสัมพันธ์ของ MGN ถามว่ามิโด้อยู่รึเปล่า อยากขอเข้าพบด้วยเรื่องการขายสินค้าตัวใหม่ รอแป๊บนึงมิโด้ก็รับสายบอกว่าถ้ามีไรให้มาพรุ่งนี้ เพราะมีคุยหารือกับที่อื่นอยู่ แต่ถ้ามาถึงที่นี่ได้ภายใน 5 นาทีก็เป็นอีกเรื่องนึง แถมพูดด้วยสำเนียงเหมือนจะหัวเราะเยาะ หึหึหึ ไม่รู้ว่าไผเป็นไผซะแล้วคุณหัวหน้าแผนก
แว่น - ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะตอนนี้ผมอยู่ที่หน้าบริษัทคุณพอดี
มิโด้ - ว่าไงนะ ? (น้ำเสียงแบบว่าตกใจมาก)
แว่น - งั้นอีก 5 นาทีนะครับ
แล้วแว่นก็ตัดสายเข้าไปใน MGN ด้วยความสะใจ ก๊ากฮ่าๆๆๆๆๆๆ คนเล่นก็สะใจเจ้าค่ะ อ๊ะ แต่ว่ามันไม่ได้หมดเท่านี้หรอกนะคะ ระฆังยังไม่ดัง พอเข้าไปเจอแล้วมิโด้ก็ปล่อยหมัดแย็บก่อนด้วยการต่อว่า
มิโด้ - จะมาก็ได้หรอก แต่อยากให้ติดต่อมาให้เร็วกว่านี้นะ (เชิด)
แว่น - ขออภัยครับ เพราะผมอยากจะมาเจอท่านให้เร็วที่สุด....นอกจากนี้ ในด้านผลลัพท์แล้วก็ดูเหมือนว่าจะได้จังหวะพอดีด้วย (ยิ้มธุรกิจ)
มิโด้ - ....แล้ว ? มีธุระอะไรล่ะ (ชิ <<< เดาะลิ้นไม่พอ ยังไงทำหน้าไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัดด้วย)
สรุปว่าโดนหลบฉากอย่างงดงามแถมยังเจอแย็บสวน กรั่กๆๆๆๆๆ ว่าไงล่ะจะมาไม้ไหนก็มาเล้ย (คนบรรยายเลวจริงๆ)
อืม เรื่องที่คุยก็คือแว่นจะมาถามเรื่องรายละเอียดผลิตภัณฑ์ มิโด้ก็บอกว่าก็ส่งเอกสารรายละเอียดไปแล้วนี่ แต่แว่นพูดว่าดูเอกสารมาละเอียดยิบแล้ว แต่เอกสารนั่นยังไม่สมบูรณ์แบบ ทีนี้มิโด้ส่งสายตาเสียดสีว่าโฮ่ จะบอกว่าเอาสารที่ส่งไปไม่ดีพองั้นเหรอ แต่แว่นไม่สนใจแล้วตอบกลับเต็มปากเต็มคำว่าใช่ ทำให้มิโด้ชักสีหน้าเนื่องจากเฮียเซลฟ์จัดเลยไม่ชินกับการโดนปฏิเสธอย่างชัดเจนแบบนี้ มิโด้กระแอมกลบเกลื่อนแล้วถามแว่นว่างั้นบอกหน่อยว่าไม่ดีพอตรงไหน
เพราะมิโด้ไม่ได้เชิญให้นั่งแว่นเลยจงใจยืนอยู่ข้างหน้ายังงั้นแหละ แล้วตอนที่กำลังจะวางเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของมิโด้ มิโด้ก็บอกให้ไปนั่งคุยกันที่โซฟาแล้วก็คุยเรื่องงานกัน......
มิโด้ - ก็บอกแล้วไงว่าถึงใส่รายละเอียดของการเทสต์สารภูมิแพ้ไปมากกว่านั้นก็ไม่มีความหมาย ข้อแรก ฉันคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องรายงานให้พวกเธอที่เป็นฝ่ายขายรู้รายละเอียดถึงขนาดนั้น
แว่น - แบบนั้นทางเราก็ลำบากนะครับ คุณมิโด้ ในกรณีที่ลูกค้าสอบถามถึงตรงนั้น ทางนี้เองก็มีหน้าที่ต้องตอบกลับไปเหมือนกัน
มิโด้ - ถ้าหากไม่อธิบายกันถึงขนาดนั้นก็ไม่สามารถขายสินค้าได้แล้ว นั่นก็เพราะพวกเธอฝ่ายขายไม่เก่งพอเองไม่ใช่เหรอ ?"
แว่น - พูดอะไรน่ะครับ คุณมิโด้ พวกเราฝ่ายขายกำลังขายสินค้าอยู่แนวหน้าแทนพวกคุณนะครับ การแสดงข้อมูลที่จำเป็นให้แก่ฝ่ายขายเพื่อที่พวกเราจะได้ทำงานอย่างดีที่สุดคือหน้าที่ของพวกคุณไม่ใช่หรือครับ
มิโด้ - ว่าไงนะ ?
แว่น - เรื่องที่ไม่มีรายงานเกี่ยวกับหัวข้อนี้เห็นได้ชัดว่าทางคุณเตรียมเอกสารไม่พร้อม ถ้าหากโทษว่านั่นเป็นเพราะพวกเรางานที่ทำได้จะกลายเป็นทำไม่ได้เอานะครับ ก่อนจะสงสัยความสามารถของทางนี้ ควรจะยอมรับความไม่พร้อมของทางนั้นก่อนนะครับ ?
มิโด้ - เป็นแค่ฝ่ายขายที่คอยรับขาย แถมยังได้งานไปด้วยความเห็นใจของทางนี้แท้ๆ แต่กลับพูดจาอวดดีเหลือเกินนะ
แว่น - ไม่พอใจท่าทีของทางนี้เหรอครับ ? อย่าเข้าใจผิดสิครับ ทางนี้ไม่ได้คิดจะต่อกรกับคุณเลย
มิโด้ - งั้นจะเรียกว่าอะไรล่ะ
แว่นท่าทางแบบว่าเฉยมาก สุขุมสุดๆ ตรงข้ามกับมิโด้ที่ดูจะเดือดเต็มที แต่แว่นไม่สนใจค่ะแล้วบอกว่าก็แค่จะเสนอแนะเพื่อการขายที่ดีที่สุดเท่านั้นเอง ขอแค่มีข้อมูลเพียงพอทางนี้ก็จะตอบแทนให้ด้วยผลงานอย่างแน่นอน แล้วตอนที่มิโด้กำลังจะเถียงก็มีโทรศัพท์เข้ามาเลยต้องไปรับโทรศัพท์ก่อน รู้สึกว่าบริษัทที่นัดคุยงานไว้ก่อนแล้วจะมาถึงแล้ว มิโด้เลยบอกให้พาไปห้องรับแขกก่อน ก่อนจะจ้องแว่นด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ
มิโด้ - ขอโทษนะ แต่เรื่องนี้..
แว่น - ต้องขออภัยด้วยครับ มีนัดอยู่ก่อนแล้วสินะครับ อ้อ ธุระของผมเอาไว้ตอบกลับทางเมล์ก็ได้ครับ ขอบคุณครับที่รับฟังทั้งที่กำลังยุ่ง
เสร็จแล้วแว่นก็เก็บเอกสารเตรียมชิ่งโดยไม่รอคำพูดของมิโด้เลย มิโด้ก็โวยว่ายังไม่บอกเลยว่าจะให้คำตอบ แต่ยังพูดไม่ทันจบ แว่นก็อาศัยสกิลห้าห่วงทนหายห่วงเก็บเอกสารหมดลุกขึ้นยืนบอกว่าแล้วจะคอยคำตอบครับ งั้น วันนี้ขอตัวแค่นี้ครับ ก่อนชิ่งไปทันที เหลือแต่มิโด้ทำหน้าเจ็บใจแถมยังอายด้วย กร๊ากเลวจริงๆ แหมมีการถึงจะเป็นการบังคับไปหน่อย แต่แค่ป่วน...อืม จะว่าไงดี หรือจะว่าทำให้เสียหลักดี ? ประมาณนั้นแหละ ทำได้เท่านั้นก็ถือว่าดีมากแล้ว และยังมีการแค่นึกหน้าอับอายของมิโด้ก็รู้สึกเบิกบานอีกต่างหาก เลวมากกกกกกก มาคิดเหมือนกันได้ไง (อ้าว เฮ้ย)
สรุปว่ายกแรกนี่มิโด้แพ้ราบคาบค่ะ ถึงจะยังไม่แพ้น๊อคก็เหอะ ที่จริงเนี่ยแพ้ตั้งแต่เริ่มอารมณ์เสียแล้วมั้ง เพราะเถียงสู้เขาไม่ได้ก็เลยอารมณ์เสีย เพราะท่าทางเฮียก็ซาดิสต์ใช้ได้ เวลาที่ชาวบ้านเถียงเฮียไม่ได้ล่ะก็ แหม ทำท่าเยี่ยงราชินี.....เอ๊ย...ดูจะอารมณ์ดีแบบว่าไงล่ะ เถียงสู้ไม่ได้ใช่มั้ย เจ้างี่เง่า อะไรแบบเนี้ย แหม่ พอมาเล่นเพื่อทำรีวิวอีกทีแล้วอยากจะพูดประโยคนั้นจังเลยวุ้ย (คนที่พูด&ทำท่าทางแบบนี้ใส่ฉันได้มีแค่มิโดรินคนเดียวเฟ้ย)
เอาล่ะๆ ทีนี้ก็ไปต่อยกสอง ณ เวที MGN (บอกแล้วว่าไม่ใช่มวย)
อันนี้ไม่ต้องเลือก โผล่มาใส่แว่นโลด เพราะจะต้องไปรายงานผลที่ MGN มาถึงก็เจอด่าเลยค่าว่าผลลัพธ์ไม่ดี แต่แน่นอนว่าแว่นไม่สน แล้วพูดว่าเพิ่งออกขายได้แค่อาทิตย์เดียว รีบร้อนเอาผลไปก็ไร้ประประโยชน์ เข้าใจนะว่าอยากถอนทุนคืนจากคราวก่อนแต่รีบไปก็ไม่คิดว่าผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปหรอก
มิโด้ก็โกรธสิคะ คาตากิริก็ทำท่าจะห้าม แต่ฮอนดะห้ามไว้ด้วยท่าทางสนุกหน่อยๆ ว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่คาสึยะเถอะ แล้วตอนแว่นก็พูดไปเรื่อยๆ แหละ ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าผลลัพธ์ไม่มีทางเกิดได้ภายในอาทิตย์เดียว โฆษณาทีวีหรือแม้แต่นิตยสารก็เพิ่งจะเริ่มในอาทิตย์นี้ ทำแค่นี้ถ้าเกิดพูดถึงกันแล้วล่ะก็น่าจะสงสัยได้เลยว่าข้อมูลมีการรั่วไหล เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดผลลัพธ์ที่ดีในช่วงเวลาแบบนี้กลับจะผิดธรรมชาติมากกว่า
ทำให้มิโด้ถามว่า งั้นเธอจะบอกว่าการที่บริษัทเราออกโฆษณาช้า เป็นการถ่วงแข้งถ่วงขาพวกเธอรึไง แว่นก็บอกว่าไม่ใช่หรอก ถ้าอย่างนั้นการที่สายผลิตส่วนหนึ่งหยุดทำงานกลับเป็นปัญหามากกว่า เพราะเรื่องนั้นทำให้ตอนปลายสัปดาห์เกิดการพลาดขายไปหลายร้าน และแน่นอนว่าคุณมิโด้ก็คงจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว
หึหึหึหึหึหึหึ มิโด้เริ่มอึกอักแล้วค่ะ (หัวเราะชั่วร้ายมากหล่อน) แล้วแว่นก็พูดเสียดแทงเข้าจั๋งๆ อีกรอบจนมิโด้จะโวยแล้ว แต่ตาลุงมาห้ามทัพไว้ก่อน ชิ (ชิทำไม) หลังจากนั้นก็จะมีโทรศัพท์มาหาตาลุง คาตากิริเลยขอตัวไปโทรศัพท์ก่อน
มิโด้ก็จัดการเลยค่ะ ทั้งที่ประชุมกันอยู่แท้ๆ แต่หัวหน้าของพวกเธอไม่รู้จักปิดมือถือเลยรึไง ฮอนดะก็บอกว่ามีธุระที่พลาดไม่ได้อยู่ เพราะคาตากิริเป็นผู้รับผิดชอบแผนก มิโด้ยังคงดันทุรังต่อไปว่า ฉันบอกให้ผู้รับผิดชอบทุกคนไม่ใช่เหรอ แว่นเลยจัดการตอกฝาโลงว่า ขอโทษนะครับ แต่การประชุมระดับนี้จำเป็นต้องให้มากันหมดด้วยเหรอครับ แค่สองสามคนก็น่าจะพอแล้ว นอกจากนั้นยังต้องเหลือใครสักคนไว้คอยรับการติดต่อจากร้านค้าด้วย หากปล่อยให้ลูกค้ารอจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของทางนี้ด้วย ซึ่งมิโด้ก็จำต้องยอมรับด้วยความเจ็บใจ
กำลังคิดว่าถ้าเป็นปกติเนี่ย.....มันจะมาเถียงเค้าฉอดๆ ได้ขนาดนี้เลยหรือฟระ....แต่เอาเถอะนี่มันไม่ปกติ หึหึ แต่หัวหน้าเริ่มโดนดึงเข้าทางแว่นไปเรื่อยๆ แล้ว
ยกสามที่เวทีเดิม
แว่นก็ไปรายงานยอดขายกับสภาพการซื้อขายของร้านค้ากับมิโด้ และไม่ลืมเขียนเรื่องที่พวกร้านค้าปลีกเคลมเรื่องสายการผลิตล่าช้าลงไปด้วย มิโด้ก็อ่านแบบหงุดหงิดหัวใจ ขณะที่แว่นมองดูหัวหน้าฝ่ายที่เป็นแบบนั้นอย่างสะใจเล็กน้อย และมีการคิดว่า อาทิตย์ต่อไปรายงานยอดขายที่สูงกว่าที่มิโด้คาดไว้เป็นการหักหน้าหมอนั่นก็น่าสนุกไม่เลว......<<<<นี่นายมีใจจะทำงานจริงรึเปล่าฟระเนี่ย ว่าแต่ยกนี้มีแค่นี้เรอะ ชิ....(ชิ อะไรยะหล่อน)
พอมาถึงช่วงนี้แว่นก็จะคิดไปว่าตัวเองเมื่อก่อนตอนไม่มีแว่นนี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ ส่วนเรื่องงานผลที่ออกมาดีถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับแว่น แต่สำหรับคนที่รู้จักแต่คาสึยะ นั่นเป็นผลงานที่วิเศษมาก ทำให้แว่นรู้สึกหงุดหงิด ตอนที่ออกมาจากบริษัทแว่นก็คิดว่าตั้งแต่เจอ Mr.R แล้วได้แว่นนี้มาเขาก็เปลี่ยนไป และคิดว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างให้ดู
อืม ไหนๆ แล้วก็ขอเมาท์นิดนึง เท่าที่เล่นมาทั้งหมดนะคะ เราตีความได้ว่าแว่นนี่ความจริงแล้วมันไม่ได้ช่วยให้คาสึยะเก่งขึ้น
ต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในผลทับทิมลูกสีเขียว ~記憶の果実~ นะคะ
ความจริงคาสึยะเป็นคนเก่งมาตั้งแต่แรกแล้ว ตอนเด็กๆ คาสึยะเรียนเก่งมาก กีฬาก็เก่งทำได้ทุกอย่าง มีเพื่อนเยอะแยะ อยู่มาวันนึงเพื่อนๆ กลับพากันบอยคอตแกล้งเขาอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ที่คาสึยะยังทนอยู่ได้ก็เพราะมีเพื่อนคนนึงที่คอยอยู่เคียงข้างเขา แล้วในวันพิธีจบการศึกษา ไอ้เพื่อนคนนั้นก็บอกคาสึยะว่าฉันเองแหละที่เป็นคนบงการให้คนอื่นๆ แกล้งเขา ซึ่งสาเหตเป็นเพราะมันเจ็บใจที่ทำอะไรสู้คาสึยะไม่ได้เลยสักอย่าง และตวาดว่าคาสึยะไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของมันหรอก ก่อนจะจากไป....
ประมาณช่วงนี้หน้าตาคาสึยะยังออกแนวแว่นที่ไม่ได้ใส่แว่นอยู่นะฮะ
ช้านจะไปเข้าใจได้ยังไงล่ะเว้ย ไอ้เห่ยนี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่าเอาความไร้ความสามารถของตัวเองไปโทษว่าเป็นความผิดชาวบ้านนะเฟ้ย คนที่ต่อให้เก่งสู้เขาไม่ได้แต่ก็ยังพยายามขัดเกลาตัวเองโดยไม่ไปคอยอิจฉาหรือโทษชาวบ้านให้เสียเปล่าก็ยังมีอยู่อีกเยอะ ไม่หัดไปดูชาวบ้านเขาบ้าง เพราะอย่างนี้น่ะสิถึงได้......(ขออภัยค่ะ อินไปหน่อย) ถึงจะมีทฤษฎีว่าคนเราไม่ได้เข้มแข็งอย่างนั้นทุกคนก็เถอะ แต่มันมีสิทธิ์อะไรไปทำร้ายชาวบ้านด้วยเหตุผลอย่างนั้นฟระ !! ยิ่งทำแบบนี้มันเหมือนเป็นการยอมรับและตอกย้ำตัวเองว่าไม่ได้เรื่องน่ะรู้ป่ะ
เรื่องนี้ได้สร้างแผลลึกในจิตใจของคาสึยะมาก คิดว่าถึงหมอนั่นจะอิจฉาเขาก็เถอะ แต่ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย ทั้งที่เขาแค่อยู่เป็นตัวของตัวเองเท่านั้นเอง การที่คาสึยะทำเรื่องที่ต่อให้หมอนั่นพยายามยังไงก็ทำไม่ได้ได้อย่างง่ายดายไม่ได้เป็นความผิดของคาสึยะเลย แล้วเขาก็ไม่ได้ตั้งใจทำให้เพื่อนทรมานด้วย คาสึยะก็รู้สึกสับสนในใจจนแทบคลั่งว่าแล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ
แล้วตอนนั้นเองที่ชายชุดดำที่คุณก็รู้ว่าใครโผล่มา คาสึยะดูออกในทันทีว่าหมอนี่ดูเหมือนคนโรคจิตแต่ไม่ใช่คนโรคจิตธรรมดามีอะไรบางอย่างที่หยั่งไม่ถึงผิดกับคนทั่วไป ทำเอาเจ้าโรคจิตถูกอกถูกใจว่าคุณเป็นคนที่เข้มแข็งจังนะครับ ซึ่งพอเราอ่านวงจรความคิดของคาสึยะตอนเด็กแล้ว มันก็ครือๆ กับคาสึยะตอนโตนี่หว่า แค่วิธีการถ่ายทอดมันเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง
คนชุดดำก็บอกว่าตอนนี้คาสึยะกำลังทรมานมากสินะ ทรมานขนาดที่คิดว่าหากต้องรู้สึกแบบนี้ก็ขอทิ้งตัวเองที่เป้นมาจนถึงตอนนี้ไปดีกว่า เปลี่ยนทุกอย่างทั้งวิธีคิดและวิธีการใช้ชีวิตกลายเป็นตัวเองคนใหม่ ถ้าทำแบบนั้นแล้วจะได้ไม่ต้องทรมานอีก และไม่ทำให้ใครเจ็บปวดอีก คนชุด....แอ่ะ เรียก Mr.R ดีกว่าแฮะก็ยื่นแว่นให้แล้วบอกว่าถ้าอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองก็ให้กำแว่นนี้ไว้ เขาแค่อยากช่วยคาสึยะจากความทรมานเพราะทนดูไม่ได้ พอคาสึยะถามเหตุผลว่าทำไมถึงมาช่วย ตาอาร์ก็ก็บอกว่าเพราะคำถามเมื่อกี๊ทำให้เขารู้ว่าคาสึยะมีคุณสมบัติของราชา (ที่ตัวเองเล็งขอเป็นทาส) อยู่ แล้วก็บอกว่าแค่ลองดูก็ได้ คิดซะว่ายอมโดนหลอกแค่ลองดูเท่านั้นเอง (แหม่ม แพทเทิร์นเดิมๆ เลยฟระ)
คาสึยะก็เอามาแล้วคิดว่าถ้าต้องเจอเรื่องแบบนี้ รู้สึกแบบนี้ ขอปิดซ่อนตัวเองตลอดไปดีกว่า พอลืมตาขึ้นมาอีกที หน้าตาคาสึยะน้อยก็ออกแนวอุเคะน้อยกลอยใจทันที (ดูหล่อนพูด)
ตาอาร์ก็พูดเองว่าถึงคาสึยะจะทิ้งชีวิตที่ผ่านมาไปแล้ว แต่เนื้อแท้ของคาสึยะไม่ได้เปลี่ยนไป ความเกลียดชังก็คงยังหลงเหลืออยู่ในก้นบึ้งของจิตใจไม่จางหายไปไหน และจะเติบโตขึ้นเรื่อยโดยถูกครอบคลุมไว้ด้วยรูปร่างอันใสบริสุทธิ์จนกลายเป็นไข่มุกอันงดงาม เมื่อสัตว์ร้ายในตัวคาสึยะหิวกระหายอยากที่จะออกมาข้างนอกอีกครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับตัวคาสึยะเองแล้วว่าจะทำยังไง ถึงตอนนั้นเขาจะรับฝากแว่นนี้ไว้ก่อนแล้วจากไป
พบเห็นแผนการเลี้ยงต้อยระยะยาว ที่ไม่ใช่เลี้ยงเคะ แต่เป็นเมะด้วยล่ะค่ะท่านผู้ชม แบบว่าความปรารถนาในตัวคาสึยะมันทั้งบริสุทธิ์และรุนแรงจนตาอาร์อดใจไม่ไหวต้องออกมาช่วยเพื่อตัวเองเพราะทนไม่ได้ที่จะทำให้สิ่งนั้นต้องเสียหายไปเพราะคาสึยะโดนทำร้ายจิตใจ
สรุปคือคาสึยะเก่งอยู่แล้วแต่เก็บกดตัวเองเอาไว้โดยไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง และแว่นก็แค่เป็นตัวกระตุ้นสิ่งที่คาสึยะเก็บกดเอาไว้ แว่นกับคาสึยะก็คือคนเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย แต่พอเล่นภาค R ไปแล้วเริ่มขึ้นว่า เอ มันคงไม่ใช่สองคนในร่างเดียวหรอกนะ เหมือนกะคาสึยะเก็บกดมานานจนเป็นบุคลิกแยกเอกเทศออกมาแบบเนี้ย แล้วพอใส่แว่นบุคลิกแว่นที่เก็บกดเอาไว้ก็จะโผล่ออกมาข้างนอกไรประมาณนี้ เพราะในลูทของไทจิมันมีแว่นมาคุยกับคาสึยะเฉยเลย <<<<< จุดโมเอ้สุดในลูทไทจิ (ซึ่งไม่ได้มีอะไรเอี่ยวกับไทจิ x คาสุยะเล้ย)
ที่จริงแล้วคนที่ดูออกว่าความจริงแล้วคาสึยะเก่งมีเพียงคนเดียวนั่นคือ "ฮอนดะ" นั่นเอง แหม ก็คอยเฝ้ามองคาสึยะมาตลอดนี่เนอะ ฮุๆๆๆ พอมาคิดแบบนี้แล้ว อยากเห็นคาสึยะ"เมะ" เหมือนกันวุ้ย ชิ (ไม่ใช่แว่นนะ) เพราะแนวนี้มันจะปล่อยสิ่งที่แอบแฝงไว้ออกมาโดยไม่รู้ตัว แล้วมันหึหึหึหึมาก.....(คนอ่านจะรู้เรื่องมั้ยเนี่ย)
เพราะที่จริงแว่นเองก็ยังบอกว่าคาสึยะเลยว่าให้ซื่อตรงกับความต้องการของตัวเองกว่านี้หน่อย ทั้งที่มีคุณสมบัติความสามารถระดับเดียวกับตัวเขา แต่กลับไม่คิดจะใช้มัน จะกลายเป็นเสียของไปเปล่าๆ.......ใช่แล้ว มีคุณสมบัติ "เมะ" ทั้งที ไม่ใช่มันจะเสียของเปล่าๆ นะค้า !!!! (เฮ้ยๆ พูดอะไรอยู่เนี่ย)
อา กลับเข้ายกที่ 4 ดีกว่า คราวนี้ แว่นจะไปเดทกับมิโด้แล้วล่ะค่ะ (แน่ใจนะว่าใช้คำนี้ได้) ในที่สุดก็รุกคืบมาถึงก่อนคลุกเข้าวงในจนได้ (เฮ้ยยยยย)
มาตอนนี้แว่นเริ่มจับทางนิสัยและเรื่องรอบตัวมิโด้ได้แล้ว ถึงจะยังไม่รวมไปถึงเรื่องส่วนตัวแต่ถ้าจำเป็นเฮียก็จะตรวจสอบจนหมดเปลือกนั่นแหละ ประมาณรู้เอาไว้ไม่เสียหลาย
แว่นเดินไปถึงหน้า MGN แล้วเจอเหยื่อ....เอ๊ย มิโด้มาให้งับถึงที่ จึงทักทายทันที แต่ทางมิโด้เห็นคาสึยะแล้วก็อารมณ์เสียทันทีประมาณว่าฉันไม่อยากเจอแก ก่อนถามว่ามาทำอะไร พอแว่นตอบว่าเดินเล่น ก็สงสัยทันทีว่าอุตส่าห์เดินมาถึงนี่เลยเรอะ พอแว่นแซวว่ามีเดทเหรอ มิโด้ก็ปฏิเสธทันทีว่านัดเจอเพื่อน แว่นเลยวิเคราะห์ในใจว่าทั้งที่ไม่เห็นต้องถึงกับอธิบายเลยว่าทำอะไร แต่ที่ตอบกลับมาแบบนี้แสดงว่าอาจจะเป็นคนตรงไปตรงมาผิดคาด หรือไม่ก็ไม่อยากโดนแว่นสงสัยไปในทางแปลกๆ
พิมพ์มาถึงตรงนี้เริ่มจิ้นไปโน่นว่ามิโด้ไม่อยากให้คาสึยะเข้าใจผิดว่าตัวเองกำลังจะไปเดทกับคนอื่น ทั้งที่ความจริงไม่มีไรในกอไผ่แท้ๆ ภาษาไทยนี่ยากจริงเลยน้า (ที่มีปัญหาคือสมองเธอตะหากเนี่ย)
แล้วมิโด้มีพูดต่อว่าจะไปไวน์บาร์กับเพื่อนสมัยมหาลัยบลาๆๆ (พอเข้าเรื่องไวน์ตาคนนี้จะพูดมาก) พอโดนทักว่าวันนี้คุยเก่งก็บอกว่า "แค่ไม่อยากโดนนายนึกภาพต่ำๆ เท่านั้นแหละ" <<< ฉึก !!! (ไม่สิ เรายังไม่ต่ำขนาดนั้น) แล้วไม่รู้คิดว่าการที่ตัวเองพูดมากกะแว่นเนี่ยมันเสียฟอร์มหรือยังไง เฮียมิโด้เลยยิ่งหงุดหงิด หรืออาจะเป็นเพราะตอนที่กำลังพูดแบบนั้นแว่นจ้องมองมิโด้เหมือนกำลังตีค่าก็ได้
แต่มิโด้ก็มิลืมเบ่งทับว่า ยังไงร้านที่พวกเธอไปก็เทียบไม่ติดหรอกเพราะมีซอมลิเยที่มีใบคุณวุฒิด้วย แหม เล่นกันแบบนี้มีหรือแว่นจะยอมเฉย เลยอาศัยสกิลห้าห่วงที่เป็นไม้ตายขอมิโด้ให้พาตัวเองไปด้วยซะเลย
หัวหน้าแผนกก็บอกว่า เฮ้ย ฉันจะไปเจอกับเพื่อนนะ แต่แว่นยังอ้อนต่อว่าเพราะร้านหรูๆ แบบนั้นพนักงานธรรมดาอย่างเขาไม่มีทางได้ไปหรอก แล้วถ้าเกิดมิโด้ไม่อยากโดนคิดแปลกๆ ก็น่าจะพาตัวเองไปด้วยนะ แหม่ อ่อยเหยื่อสุดชีวิตค่ะ จนสุดท้ายเมื่อตอบมิโด้ไปว่าตัวเองไม่รู้เรื่องไวน์เลย ทีนี้แหละ มิโด้ก็เข้างับเหยื่อทันที เพราะกะให้แว่นได้อายเพราะทำตัวผิดที่ .......แต่ผลมันจะเป็นอย่างนั้นเร้อ ย้ายเวทีไปร้านไวน์ด่วน
พอไปถึงเจอเพื่อนมิโด้ แว่นก็แกล้งทำท่าอ่อนน้อมมีมนุษย์สัมพันธ์ดีเสียจนพวกนั้นวางใจ แว่นรู้มารยาทพื้นฐาน
เวลากินไวน์แต่ไม่มีความรู้ ตานี่ก็ก็ดื่มไปส่วนมิโด้ก็จ้องจับผิดว่ามันจะพลาดเมื่อไหร่ ตรูจะซ้ำให้ลงไปกองเลย แล้วแว่นก็คิดว่าต้องจับสภาพการ์ของฝ่ายศัตรูก่อนเลยถามโน่นถามนี่กับเพื่อนมิโด้ สรุปได้ความว่าไวน์บาร์นี่มันเป็นที่ให้พวกนี้มาโม้เรื่องความก้าวหน้าของตัวเอง หลังจากนั้นก็เลยถามเรื่องมิโด้เพื่อเป็นการหาข้อมูลไปเลย
มิโด้ก็แก้มกระตุกว่าไอ้นี่จะมาไม้ไหน และข้อมูลที่ได้มาคือสมัยมหาลัยมิโด้ไม่ได้ต่างอะไรกับตอนนี้นัก
แว่น - เรียนเก่ง กีฬาเจ๋ง ทำทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบ เนื้อหอมในหมู่ผู้หญิงงั้นเหรอครับ?
คนอื่นพากันพูดว่าต่อให้มิโด้เป็นลูกค้าก็ไม่ต้องยกย่องกันขนาดนั้นก็ได้ แต่มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ส่วนมิโด้น่ะพูดปรามก็จริงแต่หน้ายิ้มนะคะ รีแลกซ์เต็มที่เลย (หึหึหึ ท่าทางจะบ้ายอมิใช่น้อย หรือเพราะคนที่พูดยอมรับเป็นเพื่อนหว่า) หลังจากนั้นจะมีพูดถึงฮอนโจ เพื่อนเก่ามิโด้ที่โผล่มาในภาค R ด้วย เช้าวันต่อคาสึยะตื่นขึ้นแล้วนึกถึงเรื่องเมื่อวาน เขาจำไม่ค่อยได้ว่าคุยอะไรกับมิโด้บ้าง แต่มีแค่ความรู้สึกเหนือกว่าตอนก้มลงมองสีหน้าไม่พอใจของมิโด้เท่านั้นที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำ ก่อนจะมาคิดว่าถ้าเกิดเป็นตัวเองตามปกติถ้าโดนพาไปร้านแบบนั้นคงประหม่าจนทำอะไรน่าอายแน่ๆ ขอมีแค่แว่นนนี้ทุกอย่างก็จะไปได้สวย
พอไปถึงหน้า MGN คาสึยะเห็นมิโด้เลยกะว่าจะขอบคุณเรื่องเมื่อวานที่พาไปร้านนั้น แต่ว่าตัวเองจำไม่ค่อยได้ว่าคุยอะไรบ้าง ถ้าเกิดโดนถามเรื่องนั้นคงแย่เลยใส่แว่นก่อนไป ทันทีที่มิโด้เห็นแว่นก็ทำหน้าบึ้งทันที แว่นพูดขอบคุณแล้วบอกว่าคราวหน้าขอเลี้ยงไวน์ดีๆ บ้าง แต่มิโด้บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องใส่ใจแล้วเดินหนีไปเลย
แว่นก็หัวเราะในใจว่าโดนเกลียดซะแล้ว แต่ตัวเองก็จงใจพูดจากวนประสาทมิโด้เองด้วยแหละ จะโดนทำท่าแบบนั้นใส่ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ตอนที่กำลังสะใจอยู่ตอนนั้นเอง แว่นก็โดนฮอนดะตบหลังจนเสียหลักแว่นตก ไอ้แรงหมีฟวายเอ๊ย ตบยังไงฟระให้แว่นมันตกจากหน้าได้เนี่ย
หึหึหึหึหึหึหึ ต่อไปนี้จะถึงจุดเปลี่ยนสำคัญแล้วล่ะค่ะ หึหึหึหึหึหึหึ เริ่มขึ้นจากการรายงานยอดขายของสัปดาห์ที่ผ่านมาให้มิโด้ฟัง
มิโด้จะชมว่ายอดขายอาทิตย์ก่อนทำได้ดีมาก พูดตามตรงว่าผิดคาดมาก ท่าทางฉันจะดูถูกความสามารถของพวกเธอไปหน่อย ทั้งคาสึยะฮอนดะคาตากิริก็พากันดีใจ ว่าตาหัวหน้าใจยักษ์นี่มันชมด้วย แต่เขาว่ากันว่าของฟรีไม่มีในโลก มิโด้ชมขนาดนี้.....มันจะไม่มีอะไรแอบแฝงได้ยังไง๊
แล้วมิโด้ก็บอกว่าเกี่ยวกับยอดขายที่กำหนดไว้ตอนแรก มีการประชุมผู้บริหารอีกครั้งแล้วตัดสินกันว่าจะเพิ่มยอดเป้าหมายขึ้นจากตอนแรกที่วางไว้ ความจริงยอดที่พวกเธอแจ้งมันต่ำกว่ายอดที่ตั้งเป้าหมายไว้จริงๆ มาก แล้วก็ยื่นเอกสารที่ตั้งเลขยอดขายไว้สูงมากกกกกก ไม่ว่าเจ้าไหนก็ไม่เคยมีที่ไหนขายได้ขนาดนี้เลย แถมมิโด้ยังมีการหัวเราะอีก หัวเราะด้วย มันหัวเราะได้แบบว่า มันต้องโดนนนนนน ไม่ต้องว่าพูดเลยว่าถ้าเป็นคนเก่งๆ แบบพวกเธอจะต้องเคลียร์ยอดนี้ได้แน่นอน เพราะบริษัทเราต้องถอนทุนคืนจากสินค้าตัวก่อนด้วย แต่จะขอรักษาข้อตกลงที่พูดกันไว้ตอนแรกด้วย นั่นคือถ้าทำไม่สำเร็จภายใน 3 เดือนแผนก 8 โดนปลดยกแก๊ง มิโด้ยิ้มอย่างพอใจแล้ว
มิโด้ - ถ้าอย่างนั้น ก็พยายามเข้านะ แล้วจะรอการประชุมครั้งต่อไป
ก่อนจะชิ่งออกจากห้องประชุมไปในช่วงที่คนอื่นกำลังอึ้งกันอยู่ หลังจากนั้น ฮอนดะก็โมโหเป็นก็อดซิล่าพ่นไฟเลยค่ะ ประมาณว่ามันคิดจะทำลายพวกเรารึไง คาสึยะก็เห็นว่าตัวเลขนี้ไม่มีทางทันในอีก 2 เดือนแน่ แล้วทำไมจู่ๆ มิโด้ถึงทำแบบนี้ ก่อนจะมาคิดได้ว่าหรือจะเป็นเพราะตัวเขาเอง มิโด้คิดเอาคืนเขาที่ทำให้มิโด้ต้องอับอายเลยทำแบบนี้ เพราะมาคิดดูแล้วการเพิ่มยอดเป้าหมายไม่มีอะไรให้มิโด้เสียอยู่แล้ว เดิมทีการเพิ่มยอดก็เป็นเรื่องที่หวังกันไว้อยู่แล้ว แล้วถ้าแผนก 8 ร้องค้านก็แค่เปลี่ยนคนรับผิดชอบเท่านั้น เป็นการกลั่นแกล้งโดนใช้ประโยชน์จากฐานะของผู้ว่าจ้าง แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะทำถึงขนาดนี้
หึหึหึหึ ความสงสารที่อาจจะเกิดหลังจากนี้สูญหายมลายสิ้นค่ะ จงไปโดนแว่นจับกดซร้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจ้าซึนเดเร่นี่ !! ถ้างั้นเราจะชักช้าอยู่ไย ใส่แว่นไปคัดค้านเรื่องตัวเลขนี้โลดพี่น้อง !! (ที่จริงคาสึยะใส่แว่นแบบไม่รู้จะพึ่งอะไรแล้วล่ะนะ แค่กะจะเกลี้ยกล่อมมิโด้ให้ได้เหมือนตอนเอางานมาเท่านั้นเอง)
แว่นก็ไปหามิโด้ที่ห้องทำงานเพื่อขอให้ยกเลิกตัวเลขนี้
มิโด้ - เกิดกลัวขึ้นมาแล้วงั้นเหรอ ? (ดูท่าจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าต้องมาเถียงแน่ เลยยิ้มมุมปากแบบท้าทาย)
แว่น - ไม่ใช่หรอกครับ เพียงแต่ หากคิดจากแนวโน้มของตลาดเครื่องดื่มในปัจจุบันนี้แล้ว จำนวนนี้ไม่ใช่ตัวเลขธรรมดาเลย
มิโด้ - แต่การทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนั้นเป็นงานของพวกเธอไม่ใช่เหรอ ?
แว่น - .............
หูย งานนนี้ท่าทางหัวหน้าฝ่ายจะเตรียมการบ้านมาดีค่ะ คาสึยะเงียบลงโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไป มิโด้เองก็เงียบโดยที่ยิ้มท้าอีกครั้ง รอว่าแว่นที่เงียบไปเพราะพูดอะไรไม่ออกจะเถียงกลับมาแบบไหน
มิโด้ - คิดจะร้องไห้ขอโทษขึ้นมาแล้วรึไง ?
แว่น - ........อย่างนี้นี่เอง เป็นแบบนั้นจริงๆ ซะด้วยงั้นเหรอ
ชั่วพริบตาที่พึมพำด้วยเสียงเบาๆ จนมิโด้ไม่ได้ยิน มิโด้ไม่รู้สึกตัวเลยว่าสายตาภายใต้แว่นของคาสึยะกำลังยิ้ม
แว่น - ถ้า งั้นต้องให้ขอโทษยังไงถึงจะพอใจหรือครับ ?
มิโด้ - หืม แสดงว่าคิดอยู่งั้นเหรอ แต่ท่าทีของเธอกลับจองหองทีเดียวนี่ ทันทีที่เขาห้องมาก็พูดว่าช่วยเปลี่ยนยอดตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงให้กลับมาเหมือนเดิมด้วย.... อย่าว่าแต่ขอร้องเลยกลับฟังเหมือนกำลังสั่งเสียมากกว่าด้วยซ้ำ
แว่น - เรื่องนั้นต้องขออภัยด้วยครับ เพราะทางนี้เองก็รีบร้อนไปหน่อย (แต่ท่านี่ไม่ได้สำนึกผิดเล้ย)
มิโด้ - ถ้างั้น เธอจะบอกว่าจะขอโทษฉันงั้นเหรอ
แว่น - ถ้าหัวหน้ามิโด้พูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แบบนั้นออกมาเพราะมีความไม่พอใจอะไร ทางนี้ก็ต้องขอโทษล่ะครับ
มิโด้ - โฮ่.....
แว่น - ดังนั้น ถ้าสามารถทำให้หัวหน้าฝ่ายมิโด้รู้สึกดีขึ้นได้บ้าง ทางนี้ก็ยอมทำทุกอย่างครับ หากทำแล้วจะยอมเปลี่ยนยอดตัวเลขกลับไปเหมือนเดิม
มิโด้ - ได้สิ แต่จะยอมทำทุกอย่างจริงๆ หรือ ?
แว่น - ครับ ทุกอย่าง
มิโด้ - .................. <<< อย่ายิ้มแบบน้านนนนนน ความชั่วร้ายมันแผ่ซ่านค่า
หากมองจากสายตาคนภายนอก แม้แต่ตอนเงียบที่เหมือนกำลังครุ่นคิดอยู่ ก็ยังดูราวกับว่ามิโด้กำลังสนุกสนาน หากกำลังคิดก็คงกำลังคิดว่าต้องปฏิเสธไปด้วยคำพูดแบบไหนให้คาสึยะลำบากใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม
มิโด้ - งั้นจะให้ทำการเลี้ยงรับรองก็แล้วกัน
แว่น - แค่นั้นก็พอหรือครับ ?
มิโด้ - แน่นอน คงรู้ความหมายของคำว่ารับรองนะ ไม่ได้หมายถึงแค่เตรียมงานเลี้ยงธรรมดาหรอกนะ
แว่น - รู้อยู่แล้วล่ะครับ
มิโด้ - ....เหรอ ถ้างั้น...
มิโด้เขียนเมโมโยนไปตรงหน้าคาสึยะ บนนั้นมีชื่อโรงแรมและเวลาเขียนไว้อย่างหวัดๆ
มิโด้ - ไปที่นั่นซะ ถ้าเกิดมีความคิดจะขอโทษล่ะก็นะ
แว่น - ให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ จะขอรับรองด้วยความจริงใจเลยล่ะครับ แล้วเจอกัน
ขณะมองแววตาท่าทางพึงพอใจของมิโด้ คาสึยะก็ทำเป็นก้มหัวคำนับอย่างนอบน้อมพลางนึกภาพการรับรองในคืนนี้
แว่น - (ชักน่าสนุกซะแล้วสิ เอาล่ะ ควรจะทำการรับรองยังไงดีนะ....)
.....................................................................................................................................................
ตัดตอนให้ลุ้นระทึกเล่น.......ตอนหน้าจะได้เหอๆๆๆๆๆๆ
แม่เจ้า ไอ้ตอนที่แว่นพูดว่า "ขอรับรองด้วยความจริงใจ" เนี่ย ข้าเจ้าล่ะกลัวเป็นบ้าเลยค่ะ เหวอ.....ก็ความจริงใจของแว่นน่ะมัน......อะโห จริงใจค่อดๆ เลยล่ะค่ะ จริงใจกว่านี้หามีไม่ แต่ที่ฮาคือหัวหน้าฝ่ายกะเป็นเมะเต็มที่เลยนะนั่น....หึหึหึหึ หารู้ไม่ว่า...... ยิ่งเห็นท่าทางแบบถือไพ่เหนือกว่า คราวนี้นายเสร็จชั้นแน่แบบนั้นแล้ว มันยิ่ง......อูยขอโทษค่ะ กลั้นหัวเราะไม่อยู่ (ที่จริง หล่อนก็ซาดิสต์ใช่เล่น)
ตอนหน้าเป็นตอน "รวมวีรกรรมแว่น" ดีกว่า หึหึ เนื่องจากแต่ละเรื่องที่ทำเนี่ย หึหึหึหึ จะอธิบายยังไงให้ไม่โดนแบนดีฟระเนี่ย..... จะว่าไปพูดถึงรับรอง....ของคาสึยะแล้ว เฮ้อ ไม่อยากไปเล้ย สงสารคาสึยะ หัวหน้าฝ่ายมันเลวซระ.....ถ้าไม่ได้เล่นสายแว่นคงไม่หายเจ็บใจ......ท่าทางจะคิดผิดที่มาทำของแว่นมิโด้ก่อน น่าจะทำมิโด้คาสึยะก่อน.......ไม่อยากโดนเอาคืนเล้ยตรู (สรุปแล้วเพราะแบบนั้นเองเรอะ !?)
สองคนนี้อ่ะนะ ปะทะคารมกันตลอด แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าใครชนะ แต่อยากรู้จริงๆ เลยว่าที่ไวน์บาร์นั่นแว่นทำไรฟระ ไม่แน่ว่าที่มิโด้ทำขนาดนี้อาจจะเพราะเรื่องที่นั่นเป็นสาเหตุใหญ๋ก็ได้ แต่ปริศนาดันไม่ไขกระจ่างซะงั้นแหละ
ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ในช่วงนี้ยังเป็นแค่คู่ปรับคู่กัดกันนั่นแหละ ตามความเห็นของเรานะคะ สองตัวนี้จะเริ่มมาเปลี่ยนไปเอาหลังจากนี้ล่ะค่ะ.....แต่ไม่ใช่ประเภทว่าปล้ำแล้วค่อยรักหรอกนะ จริงๆ เพราะ.....มิโด้่ะช่างเถอะ แต่ทางแว่นน่ะท่าทางมีใจให้แต่ไม่รู้ตัวมาตั้งแต่ต้นแล้วมั้ง.....ก็เลยอยากสยบเค้าให้มายอมตัวเอง.....(จะว่าไปตอนมิโด้คาสึยะก็ครือๆ กันนี่หว่า ไอ้คู่นี้นิ)
แต่ครั้งต่อไปนี่จะไม่ใช่ kichiku megane ค่ะ เพราะมีเสียงดังในหูเราบอกให้หาแนวร่วมมากรี๊ดลัคกี้ด็อก !! เพราะฉะนั้น
Next Program : LUCKY DOG1~GIULIO DI BONDONE 's part~
แล้วเจอกันคราวหน้านะค้า