2008/Jul/01

สวัสดีค่า หลังจากดองโปรเจคมานาน ก็เริ่มทำรีวิวลาเมนโต้แบบจริงจังเสียที แล้วเพราะ...ชอบเนื้อเรื่องมากเกินไป...เลยแปลออกมาเลยดีกว่า เพราะฉะนั้น คนที่อ่านญี่ปุ่นออก แล้วอยากเล่นเอง อย่าอ่านเลยดีกว่านะคะ ส่วนการอัพแน่นอนว่าไม่แน่ไม่นอนอีกแล้ว แล้วแต่ว่าช่วงไหนงานเยอะงานน้อย

พอมาคิดๆ ดูแล้ว ลาเมนโต้นี่ถ้าเกิดมาสครีมกลางทางอาจจะเสียบรรยากาศหมด เหมือนดูการ์ตูนช่อง 9...ก็เลยกะว่าจะกลายเป็นส่วนเนื้อเรื่องและส่วนสครีม แต่ช่วงแรกๆ นี้มันไม่มีอะไรให้สครีมนี่สิ สนุกอย่างบริสุทธิ์ใจมากๆ (แสดงว่าไอ้ที่สครีมนี่มีแต่สิ่งไม่บริสุทธิ์ใจใช่ม้าย)

ปล. ถ้าจะวิจารณ์เรื่องคำแปล กรุณาอ่อนโยนด้วยนะค้า

เพราะว่าเคยพิมพ์สครีมไรกับโคโนเอะ แบบไม่ค่อยปะติดปะต่อไปแล้วรอบนึง ยังไม่ลบออกค่ะ อยู่หน้านี้ ดังนั้น ก็เลยจะมีภาพซ้ำออกมาบ้าง ส่วนของอาซาโตะนี่ ถ้าไม่ขี้เกียจอาจจะทำ ของบัลด์ไม่มีกำลังใจค่ะ เอิ๊ก (หรือจะบอกว่ากิเลสไม่ถึงดี) แล้วก็มีพิมพ์อธิบายเรื่องต่างๆ ของลาเมนโต้ (ที่อาจจะไม่ปะติดปะต่อ) อยู่หน้านี้

Rai x Konoe

(Morikawa Toshiyuki & Hatano Kazutoshi

from Lamento Beyond of the Void)

รสนิยมส่วนตัวสุดๆ ทำไมถึงไม่มีตอนจบแบบนี้บ้างน้า ให้กลายเป็นปีศาจทั้งคู่แล้วอยู่ด้วยกัน

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 『世界がお前を殺しても、俺はお前を忘れない』

ふたつずつの手足を持ち、それぞれ五本の指
二本の足で立って歩く、歌を歌う神がいた
耳と尾を持ち翼生やした、リビカを妻に娶った神


やがてリビカは身ごもって、紅色の卵を産んだ

紅色の卵、あまりにも陽光を反射してあまりにもまぶしくて、リビカは思わず目を背け

卵はその隙に転げ落ち、雲に当たって砕け散った
卵の中より転がる『種』リビカの歌で目を目覚まし
芽吹いた大地が広がって、


紡がれるのは、はじまりの歌
これははじまりの物語


"แม้ว่าโลกจะสังหารเจ้า แต่ข้าก็จะไม่ลืมเจ้า"

มีพระเจ้าผู้ขับขานเพลงซึ่งมีมือเท้าอย่างละสองข้าง มือและเท้าแต่ละข้างมีนิ้วห้านิ้ว
เดินและยืนด้วยขาสองข้างนั้นอยู่องค์หนึ่ง
พระเจ้ารับริบิก้าที่มีหูกับหาง และมีปีกงอกเป็นภรรยา

ไม่นานนัก ริบิก้าก็ตั้งครรภ์ แล้วให้กำเนิดไข่สีแดงชาด

ไข่สีแดงชาดใบนั้น สะท้อนรับแสงตะวันเจิดจ้ามากเกินไป จนริบิก้าเผลอหลบตาโดยไม่ทันคิด

ในจังหวะนั้นเอง ไข่ก็กลิ้งตกลงไปกระทบกับก้อนเมฆแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
"เมล็ด" ที่กลิ้งออกมาจากภายในไข่ได้ลืมตาตื่นขึ้นเพราะเพลงของริบิก้า
แล้วแผ่นดินซึ่งมีต้นไม้แตกหน่อ กิ่งก้านสาขาก็แผ่ขยายออกไป

สิ่งที่ถูกร้อยเรียงขึ้นมาคือบทเพลงแห่งการเริ่มต้น
นี่คือตำนานแห่งการเริ่มต้น

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เพลงที่ถูกขับขาน คือบทเพลงแห่งการเริ่มต้น
แมวนักขับกวีได้ร้อยเรียงคำพูดไปตามท่วงทำนอง

น้ำเสียงนั้นเป็นราวกับเสียงน้ำไหล และบางครั้งก็แหลมก้องอย่างรุนแรงเฉกเช่นเปลวเพลิง
เหล่าแมวที่สัญจรไปมาต่างเคลิบเคลิ้มจนหยุดยืนกันโดยไม่รู้ตัว
พวกเขาลืมความอึกทึกของทุกๆ วัน และลิ้มรสความดื่มด่ำของช่วงเวลาอันแสนสั้น
เล็บโปร่งแสงดีดสายเครื่องดนตรีดังแผ่วเบา ทุกครั้งที่ทำเช่นนั้น คำพูดที่สอดประสานกับเสียงก็เปล่งประกายเป็นแสงระยิบระยับเอ่อล้นออกมารอบๆ ตัวนักขับกวีซึ่งนั่งอยู่ริมทาง ก่อนจะกระดอนบนผืนดินที่รับแสงนั้นอย่างนุ่มนวล แล้วกระจายไปบนเหล่าแมว
แสงที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็ล่องลอยส่องแสงไปในอากาศ

เสียงร้อง เสียงดนตรี และแสง
มีพรหมลิขิตที่แสนจะเป็นมงคลถึงขนาดนี้ด้วยหรือ
มีพรหมลิขิตที่สั่นไหวหัวใจขนาดนี้ด้วยหรือ
สิ่งที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเหล่าแมวอย่างพร้อมเพรียงกันคือรอยยิ้มแห่งความสุข
มาดื่มด่ำกันเถอะ
กับความยินดีที่มีร่วมกันช่วงหนึ่ง ณ เวลานี้

ขณะที่แสงตะวันซึ่งหลอมรวมกับพรหมลิขิตในช่วงบ่ายได้ส่องลอดภาพนั้น
นักขับกวีก็บรรเลง...
ความงดงามอันเปราะบาง ไม่จีรังที่จะเสื่อมสลายไปเมื่อเผชิญหน้ากับจุดสิ้นสุด
บทเพลงแห่งการเริ่มต้นของโลกอันองอาจและน่าเศร้านี้

----โลกที่มุ่งหน้าสู่ความตาย------


โลกนี้ช่างงดงาม
เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างคือความหลอกลวง
เพราะว่าอีกไม่นานก็จะตายไป

ป่าที่แตกใบสีเขียวชอุ่ม
แสงตะวันอันอบอุ่นซึ่งสาดส่องลงมา
ท้องฟ้าสีครามแจ่มใสสุดลูกหูลูกตา
ดอกไม้ที่บานสะพรั่งหลากสีสัน

ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น คือ ความหลอกลวง

เวลานี้ โลกกำลังถูก 『อุซึโระ』 (ความว่างเปล่า) กัดกร่อนทำลายทีละเล็กทีละน้อย
จุดจบอยู่ใกล้เพียงนิดเดียว

เพราะเหตุนั้น มันจึงงดงาม
ยิ่งเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ความตายเท่าไร ก็จะยิ่งมีความเปล่งประกายเพิ่มมากขึ้นไปอีกเท่านั้น

.

.

.

「อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก」

แสงฟ้าแลบกับเสียงฟ้าร้องคำรามดังแหวกท้องฟ้า
เสียงกรีดร้องตะโกนบาดหูดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน
สายฝนโหมกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก
ท้องฟ้ามืดสนิท และรุดต่ำจนราวกับจะตกลงมาบนพื้นดินเสียเดี๋ยวนี้

เหล่าแมวได้แต่ตัวสั่นเทาอยู่ภายในบ้าน
หูหลุบต่ำ หางตกห้อยอย่างไร้เรี่ยวแรง ขนก็ตั้งขึ้นเล็กน้อย
แสงไฟที่จุดขึ้นภายในห้องสั่นไหวระริก
เงาดำคืบคลานไปตามพื้นและกำแพงด้วยท่าทางกังวล

ในบรรดานั้น มีแมวซึ่งวิ่งห้ออย่างไม่คิดชีวิตทั้งที่เปียกโชกไปทั้งตัวอยู่บนทางในหมู่บ้าน
ฝีเท้าอันรวดเร็วได้ตีน้ำกระเด็นขึ้นเบาๆ แน่นอนว่าจุดหมายปลายทางที่มุ่งตรงไปคือบ้านของตนเอง 

ถุงป่านที่แบกอยู่บนไหล่ดูดซับน้ำจนเปลี่ยนสีและห้อยถ่วงหนัก ทั้งที่ข้างในไม่ได้ใส่อะไรมากมาย
หางที่เปียกโชกก็หนัก
ทั้งที่ปกติ แทบจะไม่รับรู้ถึงตัวตนของสิ่งนั้นแท้ๆ แต่เวลานี้กลับคิดว่ามันช่างเกะกะอะไรอย่างนี้
ฝนก็ซัดสาดร่างกายจนเย็นเฉียบ
อยากจะกลับบ้านเร็วๆ อยากจะมุดเข้าที่นอนอันอบอุ่น

สายฟ้าได้วิ่งผ่านจนทั่วทั้งท้องฟ้าส่องแสงสว่างสีขาว ทำให้ร่างของแมวที่กำลังวิ่งปรากฏขึ้นมาในหมู่บ้านสีดำ
『จันทร์ข้างคืน』 ได้กลืนหายไปกับความมืดจนมองไม่เห็น

ในที่สุด แมวก็วิ่งมาถึงบ้าน ก่อนจะเปิดประตูกระโจนเข้าไปข้างใน 
พอเอามือปิดประตูด้านหลังแล้ว เสียงฝนฟ้าร้องที่ครอบคลุมหูก็ห่างไกลออกไปราวกับโกหก
บนพื้นเปียกโชกด้วยไปด้วยหยดน้ำที่หล่นจากร่างกาย
แมว---โคโนะเอะสะบัดศีรษะอย่างแรงจนหยดน้ำกระเด็นไปตามผนังและเครื่องเรือน

โคโนเอะ 「......อ๊า โธ่เอ๊ย」

ภายในห้องนั้นมืดสนิท
โคโนเอะโยนถุงที่แบกอยู่ทิ้ง เหมือนจะบอกว่าต่อให้อะไรเปียกก็ไม่สนแล้ว
พอหยิบใบไม้ออกมาจากถุงใบเล็กที่แขวนอยู่ข้างประตู แล้วนำไปใส่ในจานเล็กๆ บนชั้นซึ่งภายในใส่น้ำไว้ตื้นๆ แสงสลัวก็แผ่ขยายไปทั่วห้อง
แม้ว่าอย่างดีที่สุด จะเป็นระดับแค่ทำให้จากมืดกลายเป็นมืดสลัว แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
เขาไม่อยากใช้ไฟเท่าที่จะทำได้ เพราะโคโนเอะไม่ค่อยถูกกับไฟ ฉะนั้น จึงเลือกใช้แสงจาก 『ใบนำทาง』 แทน

 

ใบไม้ซึ่งเก็บสะสมแสงของ 『จันทร์ข้างวัน』 เอาไว้อย่างเต็มที่ เมื่อแช่อยู่ในน้ำแล้วก็จะเปล่งแสงริบหรี่
ใบนำทางคือใบของต้นไม้ที่ส่องแสงในวันฝนตกอันมืดสนิทเช่นวันนี้ เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นจากการที่มันช่วยนำทางให้แมวที่หลงทาง
บ้านซึ่งมีแสงสลัวสาดส่อง กว้างขนาดหากมีแมวเข้ามาสักสามตัวก็เต็มพื้นที่แล้ว
ชั้นเล็กๆ กับโถเก็บรักษาเสบียงอาหาร โถตักน้ำ และที่นอน
เป็นบ้านอันเรียบง่ายซึ่งมีแค่สิ่งจำเป็นขั้นต่ำสุดเท่านั้น

ในที่สุด เมื่อรู้สึกสดชื่นขึ้นแล้ว โคโนเอะจึงนั่งลงบนที่นอนซึ่งมีผ้าม้วนขดกลมอยู่
ผ้าที่ให้สัมผัสกำลังดีช่างอบอุ่นจนเผลอครางครืดคราดในลำคอโดยไม่รู้ตัว
โคโนเอะถอดรองเท้า และปลดเข็มขัดซึ่งสอดดาบสั้นเอาไว้ออก
หลังจากนั้นจึงถอดโค้ททิ้งแล้วยืดมือทั้งสองข้างไปข้างหน้าก่อนบิดขี้เกียจยาว
อาจจะเพราะเป็นอิทธิพลที่ยังหลงเหลืออยู่ของบรรพบุรุษก็ได้ แมวอย่างพวกโคโนเอะ-----ชนเผ่าที่ถูกเรียกว่าริบิก้า จึงมีขนเส้นบางๆ ในระดับที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นปกคลุมอยู่ทั่วร่างกาย
เขาบรรจงเลียขนซึ่งจับเป็นก้อนเมื่อถูกความชื้น
ถึงแม้ว่าจะไปไม่ถึงขนตรงบั้นท้ายเหมือนบรรพบุรุษ แต่ก็ยังมีพฤติกรรมเลียขนตามใบหู หางและแขนหลงเหลืออยู่
ลิ้นสากซึ่งกลายเป็นสิ่งแทนแปรงช่างให้ความรู้สึกดี
โคโนเอะยังคงเลียขนต่อไปอีกสักพักพลางร้องในลำคอแผ่วเบา
บางครั้ง หูก็เปลี่ยนทิศหันไปทางเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่น
ขนซึ่งเปียกชุ่มไปจนถึงปลายกลายเป็นกลุ่มก้อน ไม่มีอะไรที่จะดูแย่ไปยิ่งกว่านี้อีกแล้ว
เขาใช้ฟันหน้ารูดให้เป็นกำ ก่อนจะคลายมันออกอย่างหงุดหงิด
ส่วนตรงใบหูก็ใช้หลังมือเช็ดอย่างพิถีพิถัน

ขณะเลียปลายนิ้ว โคโนเอะได้หันสายตาไปทางหน้าต่างซึ่งโดนฝนสาดกระทบ
เสียงกรีดร้องที่ได้ยินตอนวิ่งอยู่ข้างนอก
เสียงนั่นเป็นของใครกันแน่นะ
คราวนี้ ใคร----โดนกินกันนะ
แมวได้หายไปทีละตัว ทีละตัว
เหตุนั้นไม่ได้เกิดจากสัตว์ประหลาด หรือปีศาจแต่อย่างใด
ทว่า เกิดจากแมวในหมู่บ้านนี้เอง ไม่ใช่ใครอื่น
ในเวลานี้มันได้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว แต่

โคโนเอะ 「.........ถึงเราจะกังวลไป ก็ใช่ว่าจะช่วยอะไรได้」

เขาพูดเสียงพึมพำ แล้วขจัดความนึกคิดที่กำลังจะถลำลึกลงไป
ใช่แล้ว มันไม่ใช่สภาพที่ตนเองคนเดียวมานั่งคิดแล้วจะช่วยอะไรได้
เพราะไม่มีใครสามารถหยุดยั้งการกัดกินของ 『อุซึโระ』 ได้

เมื่อสังเกตเห็นถุงที่โยนทิ้งไว้ โคโนเอะจึงหมอบลงกับพื้นแล้วยื่นแขนออกไปดึงถุงเข้ามาด้วยเล็บแหลมยาว
ถุงที่เปียกจนหดตัวลงไม่มีของใส่ไว้ข้างในเลยสักนิดเดียว
ถึงจะออกล่าสัตว์ แต่สิ่งที่ได้มาก็มีลูกไม้หลายอัน รากหญ้า สมุนไพร-----มีแต่ของแบบนั้นทั้งนั้น
สำหรับเหล่าแมวทั้งลูกไม้และผลไม้ต่างเป็นของโปรด
นอกจากนั้น แม้จะไม่กินอะไรเลยไปหลายวัน ร่างกายก็ยังทนไหว
เพราะฉะนั้น จึงไม่เคยลำบากเรื่องการกิน แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเนื้อสัตว์จะไม่จำเป็นเลย
แต่ทว่า ตอนนี้ เป็นเรื่องยากที่จะหาเนื้อจากการล่าได้
ป่ารอบคะโร หมู่บ้านที่โคโนเอะอาศัยอยู่ ได้ถูก 『อุซึโระ』 กัดกร่อนไปเกือบหมดแล้ว
『อุซึโระ』----
นั่นเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้จริงๆ
ถ้าจะถามว่าเป็นตั้งแต่เมื่อไร ก็ดูเหมือนจะเริ่มตั้งแต่ช่วงที่โคโนเอะเกิด
แมวที่รู้ถึง 『อุซึโระ』 เป็นตัวแรก คือลูกแมวตัวเมียที่เข้าป่าไปเพื่อเด็ดสมุนไพร
แมวตัวเมียกลับมายังหมู่บ้านด้วยมือที่ย้อมเป็นสีแดงฉาน และหลั่งน้ำตาลงบนนิ้วซึ่งเต็มไปด้วยบาดแผล พลางพูดเช่นนี้

「กำหญ้าไม่ได้ สัมผัสไม่ได้ พอแตะแล้ว นิ้วก็ถูกบาดเหมือนโดนของมีคม」

ในช่วงแรก ทุกตัวไม่เข้าใจความหมายที่แมวตัวเมียพูด
มีพืชที่ชื่อหญ้าสึรุกิ (หญ้าดาบ) อยู่ เนื่องจากมีใบเรียวบาง จึงเป็นหญ้าที่หากเผลอไปแตะเข้าล่ะก็นิ้วจะโดนบาดตามชื่อของมัน
พวกแมวในหมู่บ้านคิดว่า แมวตัวเมียเข้าใจผิดจะไปดึงหญ้านั้นเข้าหรือเปล่า จึงไม่ได้สนคำอุธรณ์ของแมวตัวเมียอย่างจริงจัง
จะมีใครคาดคิดกันบ้างว่ามันจะกลายเป็นฝันร้ายอันหนักหนาสาหัส
ไม่นานนัก พวกแมวในหมู่บ้านต่างก็เริ่มประสบเหตุการณ์แบบเดียวกันเรื่อยๆ
ไม่ใช่แค่หญ้าเท่านั้น แต่ไม่สามารถสัมผัสทุกสิ่งทุกอย่างที่อาศัยอยู่ในป่าได้เลย
หากมองผ่านๆ ป่าก็ไม่ได้มีวี่แววว่าเปลี่ยนไปตรงไหน แต่ทว่า กลับไม่อาจแตะต้องสิ่งใดได้เลย ตั้งแต่ดอกไม้ ต้นหญ้า นกไปจนกระทั่งแมลงเช่นผีเสื้อ

ราวกับถูกวัตถุนั้นๆ ปฏิเสธ

ใช่ เหล่าแมวถูกปฏิเสธ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีชีวิตอยู่ในป่าได้เปลี่ยนแปลงไปเป็น 「วัตถุ」 ที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกับพวกแมวได้
ไม่ว่าอย่างไร หากสัมผัสความเจ็บปวดก็จะวิ่งผ่าน บางครั้ง ก็เชือดเฉือนผิวหนัง

แม้แต่ผลไม้ที่น่าจะเคยกินมาจนถึงตอนนี้ ทุกสิ่ง
แต่ปรากฏการณ์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นในคราวเดียว
ประเทศนี้----ชิสะกำลังถูก 『อุซึโระ』 กัดกินจากส่วนริมทีละน้อยทีละน้อย ราวกับโรคร้ายที่คอยกลืนกินร่างกาย
เหล่าแมวกำลังถูกไล่ต้อนจนมุม
ดูเหมือนศูนย์กลางของประเทศนี้จะยังไม่ได้รับความเสียหายมากนัก แต่ทั่วทั้งเขตคะโรที่พวกโคโนเอะอาศัยอยู่กำลังตกอยู่ในช่วงวิกฤติ
เรื่องของกินมีแต่ต้องแบ่งส่วนที่เก็บสะสมมาจนถึงตอนนี้ หรือไม่ก็หาป่าที่ยังไม่โดน 『อุซึโระ』 กัดกินเท่านั้นเอง
พวกสัตว์เล็กอย่างหนูหรือนกนั้นอันตราย
เพราะพวกสัตว์เล็กจะเคลื่อนย้ายไปมาอยู่ตลอด มันอาจจะย้ายถิ่นฐานมาจากป่าที่โดน 『อุซึโระ』 กัดกินไปแล้วก็ได้
แมวที่หิวมากเกินไปจนกระโจนเข้าไปหามัน ก่อนจะขยับตัวไม่ได้เพราะความเจ็บปวดในทันที และตายไปทั้งๆ อย่างนั้นมีไม่น้อย
หลังจากนั้น เมื่ออาหารที่สะสมไว้จึงร่อยหรอลง เหล่าแมวที่ทรมานกับความหิวจะกินอะไรกันล่ะ-----

โคโนเอะ 「............」

โคโนเอะหยุดคิดตรงนั้น และยืนขึ้นพลางถอนหายใจเบาๆ แล้วหยิบผลการเก็บเกี่ยวอันน้อยนิดออกมาจากถุง โยนลงโถเก็บรักษาอาหาร
ถึงจะหิว แต่ตอนนี้เขาไม่รู้สึกอยากกิน
แล้วเดินไปทางโถน้ำ เพราะรู้สึกคอแห้ง
เขาเปิดฝาแล้วก้มหน้าลงไปในโถ และดื่มน้ำโดยใช้ลิ้นตวัดขึ้นมา
เมื่อดื่มเสร็จแล้ว จึงปิดฝาโถและบิดขี้เกียจยาวอีกครั้ง
เปลือกตาเริ่มหนักขึ้น
อาจจะเพราะวิ่งกลางฝนมานานด้วยก็ได้
วันนี้นอนได้แล้วดีกว่า

โคโนเอะเอามือเช็ดปากที่น้ำกระเด็นมาโดน แล้วกลับไปยังที่นอนอีกครั้ง เลียขนที่เลียค้างไว้จนเสร็จ ก่อนจะห่มผ้า
พอสูดกลิ่นของบ้านที่ดมจนคุ้นเคยเข้าไปแล้ว โคโนเอะก็ค่อยๆ หลับตาลง และเอาหางพันรอบร่างกาย
แม้เสียงกรีดร้องนั้นจะหวนกลับคืนมาในส่วนลึกของเยื่อแก้วหูชั่วแว่บหนึ่ง แต่ก็เขาขจัดมันทิ้งไปในทันที
ถึงจะคู้หมอบอยู่เพียงลำพังในคืนฝนตก แต่ก็ไม่เหงาเลย
เพราะเคยชินกับความโดดเดี่ยวเสียแล้ว
วันนี้ช่างหนาวเหลือเกิน
ถ้าพรุ่งนี้อากาศแจ่มใสจนขนฟูก็คงดี
โคโนเอะหลับไหลไปพลางคิดเช่นนั้น

วันต่อมา อากาศปรอดโปร่งแจ่มใสตามที่โคโนเอะปรารถนา
โคโนเอะผละจากที่นอนแล้วยืดตัว ก่อนจะเลียขนตอนเช้า
หลังจากนั้น จึงนำถุงที่โยนทิ้งไว้ทั้งที่ยังเปียกอยู่และเสื้อโค้ทไปตากไว้ในที่โดนแดดดี
แล้วตระเตรียมสัมภาระพลางหยิบลูกไม้ใส่ปากนิดหน่อย ก่อนจะออกไปข้างนอก เพื่อสอดแนมเชือกกั้นเขตแดนที่เป็นกิจวัตรประจำวัน

หมู่บ้านนี้-----คะโรคือชุมชนหมู่บ้านเล็กซึ่งตั้งอยู่สุดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของชิสะ
เป็นชนเผ่านักรบที่ก่อตั้งขึ้นจากชนกลุ่มน้อย ส่วนใหญ่ แมวตัวผู้จะเติบโตขึ้นมาโดยถูกสั่งสอนศิลปะการต่อสู้อย่างเข้มงวดตั้งแต่เยาว์วัย
แต่ทว่า หลังจากปัญหาเรื่อง 『อุซึโระ』 ร้ายแรงขึ้น วันเวลาก็ดำเนินไปเรื่อยๆ โดยที่แค่เอาชีวิตรอดก็เต็มกลืนแล้ว
ภาพคะโรที่ปรากฏแก่สายตาดูเงียบเหงาซบเซา
ถึงจะมีที่อาศัยกระจายอยู่เป็นจุดๆ แต่กลับแทบไม่เห็นร่างของชาวบ้านเลย เดิมทีก็ใช้ชีวิตแบบหลบซ่อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว
ตอนที่โคโนเอะสอดแนมเชือกกั้นเขตแดนเสร็จแล้วกลับไปยังหมู่บ้าน จันทร์ข้างวันก็กำลังจะจมลับเส้นขอบฟ้า
『จันทร์ข้างวัน』 กับ 『จันทร์ข้างคืน』 ------ที่ชิสะไม่มีพระอาทิตย์
ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร
มันเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ตอนที่พวกแมวถือกำเนิดขึ้นแล้ว
เพียงแต่ จากเรื่องเล่าสืบต่อกันมา ว่ากันว่า พระอาทิตย์ได้จมลงสู่ทะเลไปแล้วในอดีตอันไกลโพ้น
ชิสะเป็นประเทศเกาะ เล่ากันว่า เพราะพระอาทิตย์จมลงไป ทะเลซึ่งล้อมรอบบริเวณนั้นเลยเป็นสีเหลือง
และมีพระจันทร์สองดวงแทนพระอาทิตย์
『จันทร์ข้างวัน』 กับ 『จันทร์ข้างคืน』
จันทร์ข้างวันจะปรากฏในเวลากลางวันโดยลอยขึ้นจากทิศตะวันตก ส่วนจันทร์ข้างคืนจะปรากฏในเวลากลางคืนโดนลอยขึ้นจากทิศตะวันออก
เรื่องนี้ก็ถูกเล่าสืบทอดต่อกับมาแบบนี้ตั้งแต่โบราณเช่นเดียวกัน

「โลกมืดมิดลงเพราะพระอาทิตย์จมลงทะเล 『ริบิก้า』 ซึ่งเป็นภรรยาของ 『ไม้เท้าสองข้าง』 ผู้เป็นพระเจ้า จึงแบ่งพระจันทร์ออกเป็นสองเพื่อส่องแสงสว่างแก่โลก」

『ไม้เท้าสองข้าง』 คือตัวตนในตำนานที่ถูกยกให้เป็นผู้สร้างโลกนี้
ว่ากันว่า เพราะเดินด้วยขาที่เหมือนไม้เท้าสองอัน จึงกลายเป็นชื่อแบบนั้น
นอกจากนั้น ยังมีชื่อเรียกอื่นอย่าง 『ขาติดแน่น』 อีกด้วย
ชื่อของชนเผ่าว่า 『ริบิก้า』 มาจาก 『ริบิก้า』 เทพีซึ่งเป็นภรรยาของ 『ไม้เท้าสองข้าง』
เล่ากันว่าเทพีริบิก้ามีร่างเป็น 『แมว』
ร่างของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า 『แมว』 สามารถรู้ได้จากภาพเหมือนซึ่งหลงเหลืออยู่ในบันทึกของ 『ไม้เท้าสองข้าง』
แม้จะตัวเล็กกว่าริบิก้ามากทีเดียว แต่หูกับหางคล้ายกันมาก
เพราะฉะนั้น ริบิก้าจึงต่างเรียกกันและกันว่า 『แมว』
เอกสารเกี่ยวกับรูปร่างของ 『ไม้เท้าสองข้าง』 แทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย
พวกแมวในชิสะจึงได้แต่จินตนาการรูปร่างนั้นจากเศษเสี้ยวของข้อมูลเพียงน้อยนิด

ขณะหันหลังรับแสงยามเย็น โคโนเอะก็เดินมุ่งหน้าไปยังทางเข้าหมู่บ้าน
วันนี้เป็นวันที่โทคิโนะจะมา
เขาเป็นแมวพ่อค้าที่มาจากรันเซนเมืองที่ใหญ่ที่สุดในชิสะ
บอกว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโคโนเอะ และกำลังช่วยงานพ่ออยู่ ดูเหมือนแม่จะเสียชีวิตทันที หลังจากคลอดโทคิโนะ
พ่อแม่ของโคโนเอะไปยังโลกอื่นแล้วทั้งสองตัว
พ่อตายตั้งแต่ก่อนเกิด ส่วนแม่ป่วยตายตอนยังเด็ก
ในหมู่บ้านไม่มีแมวที่เป็นญาติสนิทชิดเชื้อกัน แต่แบบนั้นกลับทำให้สะดวกใจมากกว่า
เกลียดแมวในหมู่บ้านนี้
ไม่ช่วยเหลือใคร ท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนก็คิดแต่เรื่องปกป้องตัวเองเท่านั้น
ถึงจะตัวคนเดียวก็อยู่ได้
ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ก็ไม่เคยคิดอยากให้แมวตัวอื่นมาช่วยเหลือด้วย ถ้าเกิดเคยคิดแบบนั้น ก็คิดว่าอยากจะตายอย่างมีเกียรติ
แต่ว่า โทคิโนะต่างออกไป ตอนที่เจอกันครั้งแรก ก็คิดว่าไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกถูกชะตากันอย่างน่าประหลาด
เป็นคนใจกว้าง ไม่คิดมาก ตรงกันข้ามกับตัวเองอย่างสิ้นเชิง แต่ตรงส่วนนั้นอาจจะดีก็ได้
โทคิโนะจะเล่าเรื่องในเมืองให้ฟังอยู่เสมอ
สำหรับโคโนเอะที่ไม่เคยออกไปจากคะโร นั่นคือความสนุกลับๆ ของเขา
คงใกล้จะถึงแล้วกระมัง
เขาเร่งจังหวะการเดินให้เร็วขึ้น

「เฮ้」

จู่ๆ โคโนเอะก็โดนเรียกจากด้านหลังอย่างกะทันหัน
เป็นเสียงที่แฝงความมุ่งร้ายอย่างเห็นได้ชัด

「หยุดนะ โคโนเอะ」

เป็นเสียงที่ได้ยินจนจำได้แล้ว
และไม่ค่อยมีความประทับใจที่ดีเท่าไรนัก
แม้ตั้งใจว่าจะไม่สนใจ แต่เสียงคำรามต่ำทำให้โคโนเอะหยุดยืน
ดูท่าจะเป็นเรื่องยุ่งยากแล้ว
พอหันไป ก็พบแมวเพศผู้ตัวหนึ่งกำลังจ้องมองมาทางนี้
ถ้าจำไม่ผิด......รู้สึกจะชื่อชิน
เงาที่ดำสนิทด้วยแสงย้อนในตอนเย็น ได้หลุบหูลงต่ำเข้าสู่ท่วงท่าต่อสู้

ชิน 「วันนี้แหละ จะตัดสินให้รู้เรื่องกันไปเลย ฉันพูดหลายครั้งแล้วนะว่าตรงโน้นเป็นเขตของฉัน」

เขต โคโนเอะแสดงความรังเกียจออกมาอย่งโจ่งแจ้งต่อคำพูดนั้น
เชือกกั้นเขตของชินกับเชือกกั้นเขตของโคโนเอะอยู่ข้างกัน
ชินกล่าวหาว่าโคโนเอะล้ำเขตแดนของตนมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว
ถึงเชือกกั้นเขตแดนจะซ้อนทับกันอยู่ก็จริง แต่ก็แค่นิดเดียว เป็นเรื่องไร้สาระสำหรับโคโนเอะ
การทะเลาะวิวาทเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แม้จะทรมานกับความอดอยาก แต่จิตใจรักการต่อสู้ของแมวแห่งคะโรก็ยังคงอยู่จนถึงบัดนี้
ไม่สิ อาจจะเพราะกำลังทรมานต่างหาก
ดวงตาของชินจึงส่องประกายกร้าวอย่างยินดี
อาจจะแค่เอาการแย่งชิงเขตมาอ้าง เพราะอยากระบายความหงุดหงิดเท่านั้นเองก็ได้
ปกติก็รู้สึกรำคาญอยู่แล้ว แต่เวลานี้กลับยิ่งคิดแบบนั้นเข้าไปใหญ่
โทคิโนะกำลังคอยอยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน

โคโนเอะ 「จะกี่ครั้งๆ ก็ไม่รู้จักจำสักทีนะนาย ถึงจะบอกว่าเชือกกั้นเขต แต่ก็แค่ทางมาซ้อนกันนิดเดียวไม่ใช่รึไง เรื่องแบบนั้นจะเป็นไงก็ช่าง ฉันไม่สนใจ ถ้าจะบอกว่านั่นเป็นเขตของนายก็เป็นไป ทำตามใจชอบเถอะ」
ชิน 「ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ฉันน่ะนะ ถ้าไม่ได้ขยี้ไอ้ความก้าวร้าวแบบนั้นของนายให้ยับแล้ว มันไม่สาแก่ใจหรอก」

เสียงคำรามต่ำสะท้อนออกมาจากด้านในลำคอของชิน

ชิน 「......เจ้านี่ !!」

ชินกระโจนเข้ามาพร้อมกับร้องตะโกน
โคโนเอะกระโดดถอยในฉับพลัน พลางชักดาบสั้นออกมา
ใบมีดที่ถูกสะบัดอย่างต่อเนื่องของชินกำลังเล็งตรงลำคอ
ในขณะเดียวกัน โคโนเอะก็หลบเลี่ยงมือที่จู่โจมเข้ามาหวังจะจับตนเอง และรวบรวมพลังไว้ที่ครึ่งร่างซ้ายพลางใช้ดาบดีดดาบออกไป แล้วข่วนหน้าอกของชินด้วยมือซ้ายซึ่งยื่นไปอย่างรวดเร็ว

ชิน 「อั่ก !!」

เล็บอันแหลมคมได้ฉีกกระชากเสื้อผ้า ฝังลงไปในผิวหนัง
ชินเซไปเล็กน้อย
โคโนเอะเล็งจังหวะนั้น ตั้งใจจะฟันแขนที่กุมดาบสั้นอยู่ของชิน แต่ทว่า ชินถอยไปได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะถีบขาสูง
ในเวลาเดียวกันกับที่โคโนเอะกระโดดไปข้างหลัง ชินเองก็ทิ้งระยะเช่นเดียวกัน
ช่องว่างระหว่างทั้งสองตัว มีบรรยากาศที่ราวกับจะแผดเผาผิวหนังไหลเวียนอยู่

ชิน 「แก โคโนเอะ !!」

ชินตะโกน ขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างเปี่ยมด้วยรังสีอำมหิตรุนแรง
เขาจ้องคุมเชิง และคำรามต่ำ
ใบหูของโคโนเอะเองก็หลุบต่ำลงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เสียงคำรามเล็ดลอดออกมาจากลำคอ
ขนทั่วร่างลุกชัน ตาดำหรี่เล็กราวกับเข็ม
เมื่อตกอยู่ในสภาพตื่นตัวถึงขีดสุด ตาดำของริบิก้าจะเรียวแหลมขึ้น เพราะฉะนั้น ต่อให้พยายามแสร้งทำเป็นเฉยชาสักเท่าไหร่ ดวงตาจะก็ไม่สามารถโกหกได้
ชินร้องเสียงหลงแล้วบุกประชิดอีกครั้ง เขาแยกเขี้ยวและฟาดดาบไปในแนวนอน
ขณะที่แก้มรู้สึกได้ถึงสายลมอันเฉียบคม โคโนะเอะก็ย่อตัวหลบลงต่ำ พร้อมกับบิดตัวตอกส้นเท้า เล็งไปที่ท้องของชิน
ชินที่รู้สึกตัวขยับหลบ เป้าที่เล็งไว้จึงคลาดไปเล็กน้อย แต่ส้นเท้าก็ปะทะโดนสีข้างเข้าเต็มๆ

ชิน 「อึ๊ก......!」

ชินล้มเสียการทรงตัว
โคโนเอะปล่อยตัวไปตามแรง แล้วย่อตัวลงเตะพื้นกระโดด และยังเพิ่มความเร็วยิ่งขึ้นโดยการเตะลำต้น

ต้นไม้ พุ่งไปหาชินซึ่งกำลังหมอบคู้
ชินลุกขึ้นยืนทันทีและกำลังจะกระโดด แต่ทว่า เงาของโคโนเอะปกคลุมชินเร็วกว่าไปเสี้ยววินาที

ชิน 「อ๊ากกกก !!」

ท่ามกลางละอองดินที่ปลิวว่อน  ชินกำลังล้มหลังติดพื้น
โคโนเอะกดร่างที่กำลังดิ้นรนด้วยเข่าข้างหนึ่ง พลางจิกเล็บลงบนไหล่แล้วแยกเขี้ยว
ก่อนจะใช้มือขวายกดาบขึ้นเหนือศีรษะ
วี่แววความหวาดกลัววิ่งผ่านดวงตาของชิน
ดาบสั้นได้ปักลงไปข้างๆ ใบหน้านั้น

ชิน 「......อึ่ก !!」

ชินเบิกตากว้าง และเปิดปิดปากพะงาบๆ หลายครั้งโดยไม่มีเสียง
โคโนเอะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ราวกับจะจี้ขนอ่อนตรงใบหูที่ลู่ลงเรียบร้อยแล้ว และมองดวงตาที่มีน้ำตาเล็ดในระยะประชิด

โคโนเอะ 「ยังจะต่อมั้ย」
ชิน 「รุ รู้แล้ว รู้แล้ว ข้าแพ้แล้ว ยอมรับแล้วปล่อยซะที รีบดึงมันไปเร็วๆ」

ชินอาละวาดอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่าท่าทางห้าวหาญเมื่อครู่นี้ได้หายไปไหนหมด
ตาดำของดวงตาที่เบิกกว้าง แผ่ขยายออกอย่างเห็นได้ชัด
โคโนเอะลุกขึ้น แล้วดึงดาบที่ปักอยู่บนพื้นออก
ชินจึงรีบลุกขึ้นยืน แล้วถอยหลังไป ทั้งหูทั้งหางเหี่ยวลงอย่างสมบูรณ์แบบ
โคโนเอะมองชินที่เป็นแบบนั้นแว่บหนึ่ง ก่อนจะเก็บดาบเข้าฝักพลางชักเท้ากลับ
ต้องรีบไปที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน

ชิน 「โธ่เว้ย...... ......ทั้งที่เป็นลูกไม่มีพ่อแม่แท้ๆ」

โคโนเอะหยุดเท้าที่กำลังจะออกเดิน
ได้ยินเสียงเหมือนไฟลุกดังอยู่ตรงไหนสักแห่งภายในหัว
ทำไมเจ้าหมอนี่ถึงได้ชอบแทงจุดแต่ตรงเรื่องไร้สาระนักนะ
โคโนเอะหันกลับไป แล้วชักดาบสั้นขว้างไปปักตรงเท้าของชิน
เสียงร้องอึ๋ยน่าสมเพชดังขึ้น

โคโนเอะ 「หุบปากห้ามพูดมากไปกว่านั้นนะ รีบๆ ไสหัวไปซะ นายน่ะ」

พอขู่ด้วยคำพูดเน้นหนักแล้ว ชินก็วิ่งหนีหางจุกก้นหายไป
ก่อนจะไม่เห็นร่างด้านหลังนั้น คราวนี้ โคโนเอะออกเดินอย่างรวดเร็ว

โคโนเอะระบายความโกรธที่กำลังเดือดปุดๆ ออกมาเป็นลมหายใจรุนแรง
เด็กไม่มีพ่อแม่
เรื่องไร้สาระ
แมวตัวอื่นจะพูดยังไงก็ไม่เกี่ยวกัน
ถึงจะคิดแบบนั้น แต่พอโดนว่าแล้วก็รู้สึกโกรธ
โคโนเอะเองก็เคารพพ่อแม่ในแบบของโคโนเอะ
เวลานี้ ในโลกนี้ การรักใคร่ซึ่งกันและกันแล้วให้กำเนิดลูกเป็นเรื่องสำคัญ
แม่ที่อยู่ในความทรงจำ บอกว่าทำแบบนั้นแล้วให้กำเนิดโคโนเอะออกมา

ความรักคืออะไรกัน
แม้จะโดนถามแบบนั้น โคโนเอะก็ไม่สามารถอธิบายได้
ไม่มีความรู้สึกตระหนักว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่
แต่ถึงกระนั้น ก็ยังคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญแม้จะไม่เข้าใจ

โคโนเอะหันไปมองรอบๆ โดยไม่หยุดฝีเท้า
ถึงจะเอะอะกันขนาดนี้ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าพวกแมวตัวอื่นจะออกมาจากบ้าน
สำหรับคะโรแล้วมันเป็นเรื่องปกติ
ทั้งการต่อสู้ และผู้เสียหายจากเรื่องนั้น
อาจจะมีคนที่คิดว่าน่าจะตายไปซะดีกว่าด้วยซ้ำ
เพราะว่า-----
มันอาจจะช่วยประทังความอดอยากในวันพรุ่งนี้ไปได้

โคโนเอะ 「......」

ท้องฟ้าถูกย้อมไปสีแดงด้วยแสงยามเย็น
ภายในร่างกายกำลังส่งเสียงร้องโวยวาย
วันนี้อาจจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เลือดเกิดปั่นป่วนขึ้นมาก็ได้-----เขาคิดแบบนั้น

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

อ่ะแฮ่มๆ ตอนนี้คงต้องขอตัดตอนเท่านี้ก่อนนะคะ ตอนแรกกะว่าจะแปลไปถึงตอนเจอโทคิโนะ แต่ตอนนี้ มะหวายแล้วค่ะ..... ตอนนี้ก็ยังเป็นการปูพื้นเรื่อง และให้เราได้ทำความรู้จักกับตัวละครที่มีชื่อว่าโคโนเอะอยู่ ตอนนี้โคโนเอะยังดูมาดเฉียบอยู่ค่ะ ถ้าอยากเห็นตอนน่ารัก เอาไว้เจอโทคิโนะก่อนเท้อ เหอๆๆๆ

ทุกคนลองอ่านแล้วคิดตาม คำใบ้ที่โผล่มาในเนื้อเรื่องเป็นระยะดูนะคะ แล้วก็จะพบอะไรมากมายกว่าที่คิดในตอนแรกนี้ค่ะ

 พูดตามตรงคือช่วงนี้อ่านแล้วอยากให้กำลังใจโคโนเอะมากเลย ที่พยายามจะใช้ชีวิตอยู่ในอันโหดร้ายแบบนี้ ต่อไปโคโนเอะก็จะยิ่งมีพัฒนาการที่น่าติดตามไปเรื่อยๆ

เหอะๆ ลาเมนโต้นี่เป็นอะไรทีแน่ใจมากว่า มากกว่า 6 ตอน เกินหน้าเกินตาชิกิตี้แน่นอนค่ะ เพราะเนื้อเรื่องลาเมนโต้ยาวมาก ยาวเหมือนจะให้ตายกันไปข้าง เพราะฉะนั้น พวกเรามาพยายามด้วยกันเถอะนะคะ (พยายามแปลและอ่าน) จนกว่าโคโนเอะจะเจอไร เหอๆๆๆๆ ตอนนั้นสปีดพุ่ง

ปล. แก้ไขคำผิด และส่วนที่ขาดหายเรียบร้อย