ในที่สุด กว่าจะได้ฤกษ์แปลดราม่าสักที เอ แบบว่าบางอันนี่ก็แปลไม่ถูกว่าจะเอาไงดี แต่ก็คิดว่าความหมายคงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นะค้า
เริ่มต้นมาด้วย BGM ที่ฟังแล้วเหมือนกำลังจะเดินเข้าไปในบ้านผีสิงกับอัลบิโทโร่ ถ้าไม่บอกว่าเป็นโทไกนุจะไม่รู้เลยนะเนี่ย และคนพากษ์(?) ก็โผล่มาเริ่มบท
อากิระ (โทริ?) - True Blood Adventure Togainu no Chi... ไม่ใช่เหรอ? วันนี้ใช้บทเล่มนี้ ? หืม บทเล่มนี้ไม่ได้ผิดพลาดอะไรนะ ? หา อันนี้ไม่ผิดงั้นเหรอ.... อืม โรงละครแห่งความรักวิสคีโอ้ "ชีวิตพนักงานบริษัทอันสว่างไสว ★"
แล้วก็ตัดฉากมาเป็นเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจของผู้คน ก่อนจะเปิดตัวพนักงานบริษัทน้องใหม่หน้าใสปิ๊ง ที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับผู้คนทำงานจำนวนมาก สมกับที่เป็นบริษัทใหญ่ ขณะหาโต๊ะและล็อกเกอร์ของตัวเอง แต่แล้ว ก็มีโรคจิต...เอ๊ย คนมาทักอีหนูจนได้ นั่นคือ.....
คน(โรคจิต) - เธอสินะ คนใหม่ที่จะมาประจำฝ่ายขายตั้งแต่วันนี้ ร่างในชุดสูทนี่ช่างดูไม่ประสีประสาเหลือเกินน้า
เท่านี้ก็เดากันได้แล้วสินะคะ ว่ามันเป็นใคร... (จะเดาได้เรอะ) ใช่แล้วค่ะ เจ้านั่นคืออัลบิโทโร่ แถมยังเป็นหัวหน้าแผนกด้วย !!!???
อากิระตกใจแบบว่า โกหกน่า (เป็นหัวหน้าฝ่าย แต่หัวทอง ใส่สูทขาว แถมยังใส่หน้ากากพิลึกๆ อีก คิดยังไงมันก็ต้องแปลกอยู่แล้ว) ทำเอาอัลบิชักขึ้นเสียงว่า เค้าไม่ได้โกหกนะตัว มีอะไรไม่พอใจงั้นเรอะที่เป็นเค้า (ใส่ไข่ให้คาแรคเตอร์เสื่อมตามระดับความหมั่นไส้)
สุดท้ายก็มาตั้งตัวต้อนรับพนักงานกันใหม่ (บริษัทวิสคิโอ้คัมพานี แค่ชื่อก็ไม่น่าเข้าแล้ว) แต่ขอร้องไม่ต้องเอาหน้ากากดีไซน์เดียวกับนายมาเป็นเครื่องหมายของความสนิทสนมหรอกย่ะ แล้วก็ขอนามบัตรธรรมดาด้วย ต่อให้ไม่ใช่อากิระ ก็ไม่มีใครใช้หน้ากากพรรคนั้นเป็นนามบัตรหรอกย่ะ ยังมีหน้ามาบอกอีกนะว่า น่าเกลียดเหลือเกินที่ไม่เข้าใจดีไซน์อันแสนวิเศษนี้ ขอชกทีได้มั้ย.... แน่นอนว่าอากิระต้องปฏิเสธอยู่แล้ว ในฐานะที่มันเป็นของพิลึก
อัลบิ - อะไรกันเนี่ย ไม่เข้าใจถึง Policy อันงดงามของบริษัทเรางั้นรึ !?
อากิระ - ดูยังไงก็รสนิยมส่วนตัวของนายไม่ใช่เรอะ
ท้วงได้เจ๋งมากอากิตัน = =b จะว่าไป ถ้าเกิดบริษัทนี้มีโพลิซี่ (นโยบาย) แบบนี้จริงๆ ล่ะก็ ตรูขอลาออกดีกว่า
หลังจากนั้น อากิระก็ได้ออกเดินทันที ฉากบังหน้าเหมือนเป็นการให้เจอประสบการณ์จริง แต่ความจริงแล้ว เบื้องหลังนั้น คือหัวหน้าที่หวังเคลม.... เอ๊ย อบรมพนักงานใหม่ให้เป็นงานเร็วๆ อากิระเลยต้องจำใจร่วมทางไปกับอัลบิโทโร่ และมุ่งหน้าไปยังบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ที่วิสคีโอ้พยายามโน้มน้าวให้ทำสัญญาด้วยอย่างเต็มที่ แต่ก็ยากแสนยาก ขนาดอัลบิโทโร่ที่แสนจะเลิศเลอเพอร์เฟค (เจ้าตัวพูดเอง) ยังไม่สามารถไปเจรจาสำเร็จเลย...
อากิระ - ไม่ใช่เพราะว่านายไปหรอกเรอะ
อัลบิ - พูดอะไรนะ ?
อากิระ - เปล่านี่...
แถมผู้รับผิดชอบบริษัทนี้ยังเป็นคนเอาใจยาก (ขนาดที่โรคจิตยังต้องบ่น) หึหึหึ ไม่ต้องเดาเลย ผู้ชายเอาใจยากในเรื่องนี้มีอยู่คนเดียว อัลบิก็เตือนว่าอย่าทำตัวเสียมารยาทล่ะ อากิระตอบว่าจะพยายาม... (แสดงว่า...งานนี้มีเสียมารยาทแน่)
มาถึงก็เจอพนักงานต้อนรับที่ไม่รู้ว่าโทริหรือโอคาโนะแหละที่ดัดเสียง แต่ความเป็นไปได้ว่าจะเป็นเทพโอคาโนะมีสูงฮ่ะ เฮียแกเล่นพากษ์ได้ตั้งแต่เด็กหนุ่มวัยขบเผาะจนถึงโรคจิต รู้แต่ว่า ไอ้ที่พูดไม่จบนี่กัดลิ้นตัวเองหรือว่าไง ภาษาทางการจัด แต่ทำไมถึงลงท้ายว่า いい男 ย้าๆๆๆๆๆๆๆๆ เล็งใช่มั้ย !? เล็งอากิตันอยู่ล่ะซี้
อีกเดี๋ยวผู้รับผิดชอบก็จะมาแล้ว เลยต้องมีการเตี๊ยม เอ๊ย ตักเตือนกันอีกรอบเพื่อความแน่ใจ อากิตันก็ตอบแบบรำคาญหน่อยๆ ว่า เออ รู้แล้ว (โว้ย จะเตือนซ้ำซากไปหาชิกิตี้เรอะ) <<< ในวงเล็บคือเสียงในใจของคนเขียน
อัลบิ - แหมแหม ทั้งที่กำลังยุ่งก็อุตส่าห์สละเวลามา.....
พูดยังไม่ทันจบผู้รับผิดชอบก็ปล่อยหมัดแรก
ชิกิ (สปอยล์กันตั้งแต่แรก) - เรียกฉันออกมานี่ มีธุระอะไร
ชาวบ้านเค้าพูดยังไม่ทันจบเล้ย เฮียก็เอาซะแล้ว สมกะเป็นชายที่ Going My Way ที่สุดในเรื่อง ทำเอาอากิระฮึ่มขึ้นมาทันที ว่าหมอนี่มันอะไรกัน เลยโดนอัลบิเสยกลบเกลื่อนหลักฐานเข้าให้ ก่อนจะพูดต่อว่าอยากแนะนำสินค้าใหม่ของบริษัท (ที่ผลิดโซลิดและไลน์เป็นสินค้าหลัก << อาหารอัดแท่งกับ...เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพมั้ง?) แต่ก็ยังพูดไม่ทันจบ...
ชิกิ - งี่เง่า รีบๆ ไสหัวกลับไปซะ
โอ้ว เดี๊ยนเกือบลืมไปแล้วค่า ว่าท่านราชาซาดิสต์เยี่ยงไร ขอบคุณที่ช่วยเตือนความจำ
อัลบิ - แค่คุยอย่างเดียว...
ชิกิ - หนวกหู ฉันไม่ว่างมาเล่นกับพวกลูกกระจ๊อก
อื้อหือ เฮียไม่ปล่อยช่องว่าง ซ้ำยังไม่ปราณีอีกต่างหาก ทำเอาอากิระเริ่มโมโหว่า เฮ้ย แค่คุยอย่างเดียวก็ฟังที่เขาพูดหน่อยไม่ได้รึไง ทำเอาอัลบิร้อนรนเป็นการใหญ่
ชิกิ - หมอนี่เป็นใคร ?
อากิระ - ฉันชื่ออากิระ
ชิกิ - อากิระ ? ไม่เคยเห็นหน้าเลยนะ
อัลบิรีบตอบว่าเป็นคนใหม่เข้าวันนี้น่ะคร้าบ ขอประทานโทษที่มันปากเสียคร้าบ แต่นี่คือการพบพานแห่งชะตากรรม มันไม่มีทางเป็นไปอย่างธรรมดาอยู่แล้ว (ยกให้เป็นการพบพานแห่งชะตากรรมเฉยเลย)
ชิกิ - หึ มีสายตาทีเดียวนี่ น่าสนุก
อากิระ - ฉันไม่สนุก
ชิกิ - ฉันเปลี่ยนใจแล้ว จะฟังที่พูดก็ได้
อากิระ - ไม่ต้องมาฟังซะก็.....
ก่อนที่จะเสียการค้าเพราะปากของอากิระ อัลบิก็รีบสอยอัปเปอร์ (จินตนาการอย่าคิดมาก) อีหนูให้เงียบปากไปก่อนจะกระวีกระวาด โฆษณาของ แต่ทว่า เราจะเตือนความจำของพวกท่านอีกรอบ เผื่อจะลืมกันไปแล้วว่าเขาคือชิกิตี้
ชิกิ - ไง แล้วคราวนี้มาขายอะไรล่ะ ?
อัลบิ - เอ่อ ก็มีพวกโซลิดและไลน์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่...
ชิกิ - หึ...
อัลบิ - โซลิดนี่เพิ่มคุณค่าให้สูงกว่าของทั่วไปและยังมีขนาดกะทัดรัด....
ชิกิ - น่าเบื่อ (เทียบขนาดอักษรตามความเต็มปากเต็มคำ)
..........ชิ้ง
อัลบิ - อ่ะ อ่ะ ถ้างั้น ทางนี้คือไลน์ที่เป็นสินค้าใหม่
ชิกิ - ไร้สาระ (เทียบขนาดอักษรตามความชัดเจนแจ่มแจ๋ว)
..........ชิ้ง
อัลบิ - เอ่อ
ชิกิ - นึกว่าจะมีอะไร ก็แค่ของที่มีอยู่เกลื่อนกลาด พวกนายมีความสามารถแค่นี้รึไง
อากิระ - งั้น จะให้ทำยังไงล่ะ
ชิกิ - ไม่รู้สึกตัวถึงความผิดพลาดในเรื่องพื้นๆ เลยรึเนี่ย
อากิระ - ว่าไงนะ !?
ชิกิ - การมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการที่สุดคือธุรกิจ พวกนายที่ไม่รู้สึกตัวถึงเรื่องนั้นก็เป็นแค่สวะ
อากิระ - งั้นของที่นายอยากได้คืออะไรล่ะ
ชิกิ - หึ ไม่รู้สิ
อากิระ - พวกฉันจะไปรู้เรื่องที่แม้แต่ตัวนายเองก็ไม่เข้าใจได้ยังไงเล่า !!
ชิกิ - การคาดเดาเรื่องนั้นคือธุรกิจ
อากิระ - อย่ามาพูดจาไร้เหตุผลน่า !! จะเอาแต่ใจตัวเองไปถึงไหน
ชิกิ - มาพูดแบบนั้นกับฉันนี่ ดูท่าจะน่าสนุกเหมือนกัน
อากิระ - ฉันไม่คิดจะทนกับการเล่นสนุกของนายอีกต่อไปแล้ว !!
ระหว่างที่พระเอกกับนายเอกกำลังเถียงกันเหมือนละครช่อง 7 หลังข่าวที่ทั้งสองคนต้องเกลียดขี้หน้ากันก่อน อัลบิโทโร่ก็ไปบ่นงึมงำกับตัวเองอยู่คนเดียว เหมือนแม่สื่อที่ปล่อยโอกาสให้คู่ดูตัวได้ทำความรู้จักซึ่งกันและกันก่อน...... (ยิ่งพิมพ์ยิ่งเลอะเว้ยตรู)
อากิระ - อยากจะไล่ออกก็เอาเลย ฉันไม่ขอทำงานกับคนแบบนี้หรอก
อัลบิ - อื้ม เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว มันเป็นแบบนี้นี่เอง
ท่าทางอัลบิโทโร่จะรู้แจ้งเห็นจริงอะไรสักอย่างแล้วล่ะค่ะ ถ้าเกิดมีผู้อ่านคนไหนคิดตามเจ้านี่ไปด้วยตั้งแต่อ่านมา คิดว่าก็คงเข้าใจเหมือนกันแหละว่ามันเรื่องอะไร
ก็แบบว่าจากคำให้การที่ผ่านมาหมายความว่า การที่ชิกิตี้จะยอมทำสัญญาด้วย ก็คือต้องหาของที่ทำให้ชิกิตี้สนุกได้ก็พอสินะคะ ?
ชิกิ - ใช่แล้ว
อ๊ายยยยยยย ชิกิตี้ชมเค้าด้วย (ไม่ช่หล่อนย่ะ) เอ่อ ทีนี้พอปริศนาไขกระจ่างแล้ว โรคจิตจึงทำการเปลี่ยนสินค้าเสนอขายแก่ซาดิสต์ (เฮ้ย ^ ^!)
อัลบิ - หืม ถ้างั้น ทางนี้เป็นยังไงล่ะครับ (ดึงอากิระเข้ามา)
อากิระ - หา เฮ้ย เดี๋ยว !! ทำไมเป็นฉัน !?
ชิกิ - โฮ่.....
/me ขอพักช่วงสักครู่..... 5555555555555555555555 ไอ้เสียงตอน "โฮ่" ของชิกิตี้นี่มันได้ใจจริงๆ ค่า ยังกะจะบอกว่า ในที่สุดก็เอาของที่เข้าท่ามาขายสักที นี่แหละฉันรอมานานแล้ว ไอ้น้ำเสียงที่แสดงความสนใจอย่างเต็มเปี่ยมนั่น มันแทงทะลุในข้าเจ้าจนพรุนไปหมดเลยค่า กร๊าก
อัลบิ - อาจจะอวดดีและต่อล้อต่อเถียงไปบ้าง แต่รูปร่างหน้าตาภายนอกไม่เลวทีเดียว ไม่ทราบว่าถูกใจรึเปล่านะครับ
อากิระ - ฮึ่ย อย่ามาพูดเอาเองตามใจชอบนะ ปล่อยนะ ฮึ่ม
อัลบิ - มีชีวิตชีวามากเกินไปอย่างที่เห็น จนจัดการยากไปบ้าง แต่นั่นก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งเหมือนกัน
ชิกิ - ไม่มีปัญหา ถ้าไม่เป็นแบบนี้ก็ไม่
สนุกสิ
/me ขอพักต่อตอนสอง 555555555 โอ๊ย น้ำหูน้ำตาเล็ด ความจริง อัลบิโทโร่ก็ขายเก่งเหมือนกันนี่หว่า เกือบจะหลุดปากว่าซื้อแข่งกับชิกิตี้ซะแล้ว แถมไอ้คำว่า ไม่มีปัญหา 問題ない ด้วยสำเนียงแบบนั้นของมิโดรินเนี่ย มันทำให้เดี๊ยนนึกถึงยาสึอาคิในฮารุกะภาคแรกเลยค่า หรือว่ามิโดรินจะไปหัดกับอิชิดะมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ โอย ได้ใจเราไปเต็มๆ อีกแล้ว
อากิระ - นาย....!!
อัลบิ - ถ้าอย่างนั้น ก็เซ็นชื่อลงในหนังสือสัญญานี่
ชิกิ - ได้เลย (ขอบอกว่าเสียงลากปากกาเซ็นชื่อนี่แสนจะสะใจคนฟังมากค่ะ)
อัลบิ - งั้นก็สรุปว่าทำสัญญาเสร็จสิ้น
ชิกิ - อืม
อัลบิ - ได้รับการชำระค่าสินค้าเรียบร้อยแล้วนะครับ (โอ การค้าช่างราบรื่นดีจริงๆ)
ส่วนอากิระที่ระหว่างนั้นก็ยังพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ทำไมสู้แรงอัลบิโทโร่ไม่ได้ฟระ? หรือความงกมันขึ้นหน้ากากจนสารอะดรีนาลินมัหลั่งทำให้โรคจิตกลายเป็นซุปเปอร์โรคจิต ?
อากิระ - แล้วความสมัครใจของฉันอยู่ตรงไหน !? พวกนายพอกัน....อู้ๆ (โดนเอากระดาษยัดปาก)
อัลบิ - ขออภัย ผมทำอะไรลงไปนี่ ลืมเขียนใบเสร็จซะได้
อากิระ - อู้อี้ๆๆๆๆๆๆๆ
ชิกิ - งั้นก็ขอเล่นสนุกเลยแล้วกันนะ
อัลบิ - ขอบพระคุณที่อุดหนุนครับ
ก๊อดดดด ซื้อขายกันอย่างรวดเร็วและราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วชิกิก็ฮึ้บ แบกอากิระที่ยังส่งเสียงอู้อี้ดิ้นรนขัดขืนซึ่งหายไปพร้อมเสียงปิดประตู..... (เสร็จแน่งานนนี้ ไม่เสร็จไม่ใช่ชิกิตี้ <<< เฮ้ย)
แต่ยังไม่จบเท่านี้ !! มีเสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง แล้วเสียงฝีเท้าที่เราจะได้ยินทุกครั้งที่แวะตามซอกตึก (ไปเจอะชิกิตี้)
ชิกิ - เอาล่ะ จะเล่นสนุกกันได้แล้วรึยัง ? หึหึหึหึ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
อากิระ - อู้ อื้อ อื้ม อื้ออออออออออออออออออออออออออออ (เนื่องจากความกังวาลนั้นไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือได้จึงขอจบเท่านี้)
.........ชิ้ง (จบจ้า)
ก๊ากกกกกกกก พิมพ์ไปหัวเราะไป ไม่จบไม่สิ้นค่ะ ขอขอบคุณ คุณรอนสันจริงๆ ที่ทำให้เราได้ฟังดราม่าเรื่องนี้ โอย ชิกิตี้ไม่ได้หลุดคาแรคเตอร์เลยนะ แต่มันขำ กร๊ากกกกกกกกกกกก จะอากิระหลุดก็ไม่ใช่ ไม่มีใครหลุดจากคาแรคเตอร์เลยมั้ง แต่ขำกร๊ากกกกกค่ะ ไนโตรบันไซ เทพจริงๆ ท่าน ทำได้ยังไงเนี่ย โว้ย โฮ่ๆๆๆๆๆๆๆ (ให้เวลาคนบ้าไปสงบสติสักพัก)
โอย การตัดบทแบบไร้ความปราณี และเอาตัวเองเป็นหลักเข้าแถแบบชาวบ้านเถียงไม่ออกนี่ยังสุดยอดเหมือนเดิมเลยนะค้า เสียด๊ายดาย ถ้าเกิดคนที่หน้ากากเสนอขายให้ไม่ใช่ชิกิตี้นะ เดี๊ยนรับซื้อไปนานแล้ว หึหึหึหึหึ (ใจเย็น)
แล้วก็คนที่แบบเห็นความยุติธรรมของข้าเจ้าอยู่แว่บๆ ก็อย่าเอะอะไปนะค้า เงียบๆ ไว้ จุ๊ๆ (ประทับใจเสียงหัวเราะตอนสุดท้ายของมิโดรินที่สุดแล้ว)
อ๊ะๆ อย่าเพิ่งไปไหนนะคะ ทุกท่าน ต่อจากนี้มีเรื่องจะขอโฆษณานิดหน่อย นั่นคือ เรื่องงานอีเวนท์ที่ข้าพเจ้าเป็นสตาฟจัดกับเขาด้วยนั่นคือ
![]()
งาน Otome Matsuri นี่เองล่ะค่า ขอฝากกระจายข่าวและประชาสัมพันธ์ รวมทั้งมางานกันเยอะๆ เลยนะค้า
รับรองว่าเป็นงานเพื่อเหล่าสาวๆ โดยเฉพาะเลยค่ะ มีทั้งเซอร์เคิล คอสเพลย์ เดโมเกมและอนิเม บูธสอยดาว เกมชิงรางวัล รายละเอียดอ่านได้ที่นี่เลยค่า Otome Matsuri ~festival for girl~
ขอฝากงานนี้ไว้ในอ้อมใจของทุกท่าน..... (ไม่ใช่นักร้องลูกทุ่งนะเฟ้ย) เอาเป็นว่ามาเที่ยวกันเยอะนะค้า อย่าลืมชวนเพื่อนมาสนุกกัน >x<
ตอนนี้ ตี 3 ข้าเจ้าจำต้องไปนอนก่อนแหล่วค่า อ๊อก.......