ก่อนอื่น ตอบเมนท์ก่อนค่า แล้วเดี๋ยวเมาท์ยาวเลย
ตอบคุณ ma_ki
ยินดีด้วยค่า ที่เล่นของโยจบแล้ว แบบว่าโยเนี่ย ไม่รู้จะน่ารักไปถึงไหนค่ะ ที่พอมาตอนหลังก็กรี๊ดเนี่ย แสดงว่าคุณมากิเริ่มมีภูมิต้านทาน.... โยเนี่ย ที่จริงแล้วรู้สึกว่าพอเป็นแฟนกันแล้วจะหวานกันหนักกว่าเดิมยังไงไม่รู้นะคะ สงสัยเพราะท่าทีของนางเอกก็เปลี่ยนไปด้วยล่ะมั้ง
ตอนนี้เราได้แผ่นฤดูใบไม้ร่วงมาแล้วด้วยล่ะค่ะ ทั้งที่ตอนแรกกะจะไปทางอ.อิคุเต็มที่เลยนะคะ แต่พอได้ยินเสียงอ.โคทาโร่ กับท่าทางของเฮียแล้ว อ๊ากกก หวั่นไหวค่ะหวั่นไหว อ.โคทาโร่น่ารักมากเลยค่ะ ที่จริงอ.อิคุเนี่ยก็ทำเราหัวเราะไปหลายรอบแล้วล่ะนะคะ แบบว่าหมอนี่นิสัยดีจริงๆ เล้ย เป็นประเภทที่เห็นได้ชัดว่า ถ้าเกิดตกหลุมนางเอกสักรอบหมอนี่แหละที่จะถอนตัวไม่ขึ้นที่สุด รอดูต่อไป....
ตอบคุณ เพนกวิน...สู้เพื่อฝัน !!
ขอบคุณค่ะ ที่ถูกใจบลอคเรา แล้วมาเม้าทกันนะคะ ที่จริง บลอคนี้มันก็เรียกรีวิวไม่ได้แล้วล่ะนะคะ หรือเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบลอคสปอยล์เกมดี ฮ่าๆๆ ความจริงบลอคเราก็มีจุดประสงค์อยู่ที่ให้คนที่อ่านญี่ปุ่นไม่ออกได้รู้เนื้อเรื่องอยู่แล้วล่ะค่ะ ดีใจมากเลยที่ทำให้คุณเพวนกวินขุดของเก่าขึ้นมาดูอีกรอบได้เนี่ย ส่วนคนที่อ่านยุ่นออกก็มาเมาท์กันนะคะ
ถึงเราจะอัพบลอคไม่เป็นเวลา ก็ขอให้ติดตามไปเรื่อยๆ นะค้า
ตอบคุณ Fuyu
ฮะๆๆ พอดีช่วงนี้งานยุ่งน้อยลงน่ะค่ะ เลยมีเวลามาอัพบ้างแล้ว ถ้าอ่านบลอคนี้แล้วก็อย่าลืมไปเล่นเกมนั้นนะค้า เพราะเกมจีบเดี๋ยวนี้ นักพากษ์เจ๋งมากเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะเสียงบางคนนี้ฟังแล้วลุกไม่ขึ้นเลย อยากฟังต่อ ฮ่าๆๆ มิตรภาพหนุ่มๆ นี่มันกิ๊บก๊าวใจจริงๆ น่ะแหละค่ะ อันนี้นี่คงเพราะคนเขียนด้วย ขณะนี้ก็กำลังอธิษฐานให้ฮันนี่บีสนใจเจาะตลอดแนวนั้นอยู่ แต่ท่าทางเขาจะขายโอโตเมะไปอีกนานล่ะค่ะ ดูจากแนวดราม่าซีดีแล้ว
ตอบคุณ Aijou~
ใช่มั้ยล่ะค้าๆๆๆ ไม่ถือสาหรอกค่ะ เมาท์มาได้เล้ย ท่านเคาท์นี่ก็ได้ยินเสียงที แทบจะไม่ได้อยู่ในอารมณ์ดูอนิเมเลยล่ะค่ะ ทำไมทำเสียงแบบนั้นล่ะค้าๆๆๆ เดี๊ยนอยากจะกรีดร้องไม่เป็นภาษาจริงๆ แล้วยิ่งข้างๆ มีเสียงคุณสุงิตะเพิ่มเข้าไปอีก สลบคาหน้าจอค่ะ จริงๆ
แต่เรื่องขำปนขนลุกเนี่ย ถ้าเกิดเป็นบทพูดเดียวกันแต่คนพากษ์เป็นโคยาสุเราจะเกิดอาการนี้ค่า แบบมันบอกไม่ถูกอ่ะค่า หรือจะบอกว่าเค้าไม่ชินดี
ตอบคุณ เป็ดเน่า!!
ต้องอัพตุนก่อนค่ะ ก่อนที่จะดองจะมีการดองนานอีกรอบ ฮ่าๆๆๆ (ประกาศดองล่วงหน้าเลยเรอะหล่อน)
เชิญอ่านไปเล่นไปให้เต็มที่เลยค่า (แต่ของคนอื่นนอกจากโยคงไม่ได้รีวิวอ่ะค่ะ ต้องขออภัยด้วย) ขอขอบคุณที่อ่านรีวิวของเราเหมือนกันค่า
คราวนี้อัพเมงาเนะแล้วนะค้า เป็นคู่แว่นหัวหน้าฝ่าย จะพยายามล้างสมองคนอ่านเต็มที่ค่ะ (เฮ้ยๆ)
ตอบคุณ wanako_chan
เหนื่อยหน่อยนะค้าๆๆๆ เพราะของโยคุงอันสุดท้ายนี้ก็ยาวน่าดูเลย แหม นางเอกเค้าก็โอเคนะ อย่าเพิ่งไล่เค้าเลย (หล่อนนี่แหละตัวการ)
เอ้อ ไปงานหนังสือแล้วได้สอยหนังสือของสสวท.มาหรือเปล่าคะ หนังสือที่เขาออกคราวนี้เห็นตะละเล่มแล้วหยิบไปจ่ายตังค์อย่างเร็วค่ะ โดยเฉพาะดิคคันจิที่ออกใหม่นี่มันช่างสุดสวิงดิงโก้จริงๆ ออกแต่หนังสือที่เหล่าคนแปลญี่ปุ่นไม่ควรพลาดทั้งนั้น
แอ่ก ลายเซ็นเหรอคะ เหม่เขินค่ะ แต่ถ้าอ่านแล้วคอมเมนท์มาว่าเป็นไงบ้างนี่ยินดีต้อนรับเต็มที่เลย ส่วนตัวแล้วเรารู้จักโชริวมากกว่าเคคินะคะ ตอนนี้เลยกรี๊ดโชริวมากกว่า แต่ถ้าเกิดอ่านเล่มที่มันย้อนไปอาณาจักรเคแล้วก็ไม่แน่
ส่วนใหญ่แล้วเราก็เล่นเกมคอมเหมือนกัน ถ้าเล่นเพลย์สองนี่ไม่ต้องทำงานทำการกัน ตอนที่ติดโอเรโนะชิตะของเพลย์สองเนี่ย เรียกว่าแทบไม่ได้ออกจากห้องฮ่าๆๆๆๆ เด็กและผู้ใหญ่ดีๆ ไม่ควรเลียนแบบอย่างยิ่งค่ะ
เรื่องสตีลเป็นโรคเลื่อนนี่เราก็รู้เหมือนกันค่ะ บอกแล้วว่า spray ชอบเล่น 焦らしプレイ กร๊าก แต่กรณีนี้เราไม่รู้จะโล่งใจหรือดีใจดี (เฮ้ยยยยยยย<<< ก็แหม แบบว่ายังพอปั๊มเงินทัน) ปก b's log เดือน 12 นี่เราก็กรี๊ดเหมือนกันค่า สรุปนี่คือประกาศคู่หลักอย่างเป็นทางการแล้วใช่มั้ย ? (ใจเย็นเจ๊) แล้วยิ่งพอดูโอพีแล้วเห็นว่าเคมีอภิสิทธิ์ในการเฉลี่ยเวลาสูงกว่าชาวบ้าน หนำซ้ำยังเป็นคนเดียวที่หนูอาสึกะเป็นฝ่ายเข้าไปหาเองแล้วมัน แหม่ ชื่นใจจนบรรยายไม่ถูกเลยค่ะ คุณวานาโกะได้โปรดเล่นดีโอก่อนเถอะค่า จะได้รีวิวดีโอให้เค้าอ่านก่อน (หล่อนนี่มัน) ฮ่าๆๆๆ
เราก็เม้าท์กับคุณวานาโกะยาวเหมือนกันล่ะค่ะ อ้อ แต่อยากเตือนว่าเกมค่าย Vivid color เนี่ย อย่าหวังเนื้อเรื่องเลยนะคะ เรียกว่าหวังไปแล้วเกมจะไม่สนุกเปล่าๆ น่ะค่ะ (โดยเฉพาะถ้าผ่านประสบการณ์เล่นของค่ายไนโตรและอ.ยูระมาก่อนแล้ว) เราก็ดีใจเหมือนกันค่ะเนี่ย ที่ได้อัพบ่อยๆ เพราะมันสนุกกว่างานอีก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ (จะบ้าเรอะ)
.......................................................................................................................................
สวัสดีค่า เนื่องจากมีคนยุแล้วเราก็ยุขึ้น และพอดีกะทำอยู่แล้วด้วยเลยเอาซะหน่อย ในที่สุดเราก็รีวิวเมงาเนะกะเขาบ้างแล้วเย้ อ่านของคนอื่นมานาน ถึงตาเราระบายความบ้าเรื่องนี้มั่งแล้วเหอๆๆๆๆๆๆๆ (เพราะหล่อนระบายมิโดรินช่วงนี้ไปเกือบหมดแล้วสินะ)
ก่อนอื่นต้องมีการอธิบายก่อน เนื่องจากตัวเอกเกมนี้มีสองบคุลิกนะคะ คือแว่นกะไม่แว่น แต่จะให้เรียกแว่นกะไม่แว่นตลอดก็รู้สึกจั๊กกะจี้ปากบอกไม่ถูก เพราะฉะนั้น เราจะเรียกไม่แว่นว่าคาสึยะ ส่วนแว่นก็เรียกว่าแว่นนะคะ แต่บอก่อนว่าไม่ได้ลำเอียงนะคะ แค่เรียกแว่นแล้วคนถึงบางอ้อกว่าเรียกคาสึยะเท่านั้นแหละ <<< เอาสีข้างถูกันเห็นๆ
ที่จริงถ้าจะให้พูดจริงๆ แล้ว เราชอบคู่แว่น x หัวหน้าฝ่ายก็จริง แต่ไม่ได้ชอบที่สุดหรอกค่ะ คู่นี้น่ะชอบเป็นที่สอง คู่ที่ชอบที่สุดน่ะ.....มันไม่สมหวังน่ะเซ่ แง้ๆๆๆๆๆ สเปรย์ๆๆๆๆ ไหนก็ทำให้เรื่องมันมีเหตุการณ์ผิดมนุษย์ขนาดนี้เกิดขึ้นแล้ว ผิดกว่านี้อีกสักหน่อยจะเป็นไรไป๊ (เฮ้ยๆ ใจเย็นไว้ก่อนพวก) ไม่งั้นชั้นได้ทำรีวิวแบบพุ่งกระฉูดปรู๊ดปร๊าดไปแล้วววววว (อะไรกระฉูดยะ)
คู่ที่เราชอบที่สุดคือคู่นี้อ่ะค่ะ
ที่จริงนะชอบคู่นี้ที่สุดเลยตั้งแต่ก่อนเกมออกแล้ว
ถ้าเป็นไปได้อยากให้มันมีแบบนี้ในเนื้อเรื่องหลักจริงจริ๊ง
คือคู่นี้แหละค่า ที่ชอบที่สุดน่ะ แต่ในเนื้อเรื่องจริงๆ มันไม่สมหวัง สบู่อาบน้ำมาก<<ใครที่เก็ทอันนี้กรุณาอภัยให้เจ้าของบลอคด้วย หรือสเปรย์เล็งเห็นแล้วว่าคู่นี้จะมีคนเรียกร้องมากสุดฟระ ถึงได้ให้มีเฉพาะในคลับ R แถมตะละอย่าง อ๊ากกกก นี่ยังดีที่ใน Megane R ยังมีอะไรที่ดูแล้วชื่นใจ......แต่ไม่ใช่ชุดแต่งงานเด็ดขาดนะคะ ขอบอกไว้ก่อน เพราะคนโหวตที่ญี่ปุ่นแท้ๆ อยากจะขอบคุณเขาจริงๆ เล้ย แต่ขอบอกอีกครั้งว่า ไม่ได้ชื่นใจตรงชุดแต่งงานนะ (ตอนเห็นนี่ตะโกนเลยว่า ทำไปด้ายยยยยยยยยยยยยย)
ถึงพูดงั้นงี้ เวลาที่เล่นเกมนี้อ่ะนะ ก็กรี๊ดหัวหน้าฝ่ายกะแว่นซะบ้านแทบแตก คือตอนเล่นภาคหลักน่ะ มันมากรี๊ดเอาตอนสุดท้ายค่ะ เรียกว่าเป็นฉากทำคะแนนค่อดๆ เลย ทำเอาคะแนนนำพุ่งคู่อื่นแบบไม่เห็นฝุ่นมากๆ แต่พอมาภาค R นะ แบบว่า กรี๊ดดดดดด ทุกตอนค่ะแม่เจ้า คุณมิโด้อะไรจะน่ารักน่าจับกดขนาดนี้เนี่ย << ใจเย็นเจ๊ เคะราชินีที่เดเร่มากๆ เดเร่สุดชีวิต อ๊าก แล้วอย่างนี้จะให้อดใจไหวได้ยังไง๊ (เฮ้ยๆๆๆๆๆ)
แล้วอีกอย่างนะ นอกจากคาตากิริที่ดูท่าทางแว่นจะหลงหัวปักหัวปำแบบช่างหัวมันเถอะแล้ว ก็มีคุณมิโด้นี่แหละค่ะที่ดูแว่นจะรักแบบถวายชีวิตมากๆ เห็นแล้วแบบว่า โอ้ว แว่นนายนี่....... พวกเลวๆ ทีไม่ค่อยเลวกับคนที่ชอบนี่เราชอบมากเลยค่ะ ตอนภาคหลัก แรกๆ ที่ไม่ค่อยชอบคู่แว่นมิโด้เท่าไหร่ เป็นเพราะเรารู้สึกว่า เฮ้ยๆ จะทำเกินไปแล้ว แต่ซีนที่มาเจอกันอีกครั้งเนี่ย มารอบเดียวทำคะแนนพุ่งทะลุเพดาน มันแบบว่าดีขนาดนั้นเลยล่ะค่ะ (ถ้าไม่คิดมากกะเรื่องก่อนหน้านี้นะ)
เฮ้อ เม้าท์มาซะนาน เริ่มได้ซะทีแล้วมั้งเนี่ย ต่อไปนี้จะเป็นการบอกเล่าตำนานรักของแว่น x หัวหน้าฝ่ายแล้วล่ะค่า
............................................................................................................................................
อืม เริ่มจากอธิบายตัวละครก่อน ตัวเอกคือ ซาเอกิ คาสึยะ พนักงานบริษัทธรรมดาที่มักจะทำอะไรผิดพลาดเสมอ แบบว่าไม่ได้เรื่องเลย และเจ้าตัวก็กลุ้มใจกับความไม่ได้เรื่องของตัวเองมากเหมือนกัน แล้วทั้งที่หน้าตาออกจะดี แต่เพราะความแหยชอบก้มหน้าก้มตา เลยไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น
และเริ่มเกมมาก็จะเป็นฮอนดะกำลังปลอบคาสึยะที่วันนี้ทำงานพลาดอีกแล้ว ตอนที่ได้ยินเสียงคาสึยะครั้งแรกนี่นะคะ แบบว่าต๊กกะใจ เหวย คุณฮิราคาวะจริงๆ เหรอ ทำไมเสียงมันอุเคะแตกเห็นๆ แบบนี้ แต่ฮอนดะนี่ก็ช่าง ตบหลังคาสึยะซะเกือบหัวคะมำ อีหนูไม่ได้ถึกบ้าพลังแบบนายนะเฟ้ย
ส่วนสาเหตุที่พลาดวันนี้คือ วันนี้คาสึยะจะไปเสนอขายสินค้ากับร้านขายยาที่เพิ่งเปิดใหม่จึงนับเป็นโอกาสที่จะขายของ แล้วตอนที่กำลังจะเกลี้ยกล่อมได้อยู่แล้วเชียว ก็มีเด็กเวล....เอ๊ย ขออภัยค่ะ ใส่อารมณ์ส่วนตัวมากไปหน่อย เด็กเตะบอลเข้ามาในร้านเกือบโดนหน้าคาสึยะ แล้วเด็กที่วิ่งตามหลังมาก็วิ่งไปโดนกองทิชชู่ที่อยู่ในร้านจนหัวเข่าถลอก
คาสึยะก็พูดแบบไม่คิดอะไรว่า ทิชชู่นี่อาจจะกองสูงเกินไปก็ได้ เจ้าผู้จัดการร้านก็หน้ายึ้งขึ้นมาทันทีเพราะแกเป็นคนจัดเจ้ากองทิชชู่นี่เอง คาสึยะเลยรีบเปลี่ยนเรื่องเตือนเด็กว่ามาเล่นในที่จอดรถแคบๆ แบบนี้มันอันตรายนะ ก็มีผู้หญิงพูดขึ้นว่าโทษทีนะยะที่เป็นที่จอดรถแคบๆ ก่อนจะเข้ามาอุ้มเด็กแล้วบอกว่า เด็กกำลังเล่นอยู่ถ้าไม่ช่วยดูแลให้ดีๆ ก็แย่สิ คาสึยะก็จะเถียงว่าแต่ให้เด็กมาเล่นในที่จอดรถมัน.... แต่ผู้จัดการร้านเอาศอกสะกิดซะก่อนว่านี่น่ะ ภรรยาเจ้าของร้าน ด้วยเหตุนี้เลยไม่มีทางขายของต่อได้ แถมพอกลับมาจากบริษัทก็ยังเจอโทรศัพท์มาลดจำนวนสินค้าที่สั่งไปแล้วอีกต่างหาก
ถ้าข้าเจ้าไม่ลำเอียงนี่ ให้ดูยังไงคาสึยะก็ไม่ได้ผิดสักหน่อย แต่ว่าคนเราอ่ะนะ.....บอกไม่ถูกเล้ย ฮอนดะก็ปลอบว่านายไม่ผิดหรอก แค่บังเอิญจังหวะไม่ดีเท่านั้นแหละ แล้วให้กำลังใจว่ารีบๆลืมมันไปซะแล้วพยายามพรุ่งนี้ต่อ ก่อนเดินแยกย้ายกันไป
พอฮอนดะเดินไปคาสึยะก็ถอนหายใจพึมพำเบาๆ ว่าแต่วันนี้เขาก็พยายามแล้วนะ ช่วงนี้ในบริษัทคิคุจิที่คาสุยะทำงานอยู่มีข่าวลือเรื่องปลดพนักงานที่ทำผลงานไม่ดีอยู่ด้วย หลังจบมหาลัยมาสามปี คาสึยะก็พยายามทำงานแล้ว แต่โลกเรามันไม่หวานหมูขนาดแค่พยายามก็พอแล้ว เลยยิ่งทำให้คาสึยะกลุ้มว่าหรือตัวเองจะไม่เหมาะกับงานนี้
เพราะไม่มีอารมณ์ตรงกลับบ้านคาสึยะเลยซื้อเบียร์กระป๋องไปนั่งกินในสวนสาธารณะ พลางกลุ้มใจว่าพรุ่งนี้อยากหยุดงานแต่ก็คงหยุดไม่ได้เพราะจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน แล้วยิ่งนึกถึงหน้าตาเศร้าๆ ของคาตากิริที่ไม่เคยต่อว่าใครแล้ว ก็พอจะนึกออกว่า คาตากิริคงออกหน้าปกป้องเขาแล้วโดนพวกเบื้องบนพูดเสียดสีมาแหงๆ อย่าว่าแต่เขาโดนไล่ออกเลย ดีไม่ดีได้โดนปลดยกแผนก เพราะแผนกที่ 8 ที่เขาอยู่ก็โดนพูดดันว่าเป็นแผนกภาระชาวบ้านด้วย เรื่องพวกนี้ทำให้คาสึยะรู้สึกหงุดหงิดกับความไร้ความสามารถของตัวเองมาก
แล้วตอนนั้นเองที่มีคนเข้ามาทักคาสึยะ ผมยาวสีทอง ใส่แว่น ชุดดำทั้งตัว โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมยังพูดเพราะจัดพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เป็นประเภทที่....น่าสงสัยสุดชีวิตว่า มันเป็นเซลล์ยัดเยียดขายของ พวกต้มตุ๋น หรือพวกชักชวนเข้าศาสนากันแน่.....<<<ข้าเจ้าไม่ได้อคตินะ แถมยัง
"หรือว่ากลุ้มใจเรื่องความรักครับ ? ไม่สิ ไม่มีทางเป็นเรื่องแบบนั้นอยู่แล้ว คนอื่นๆ ไม่มีทางปล่อยคุณที่แสนวิเศษขนาดนี้ไปหรอกครับ"
ถึงจะหลงตัวเองก็เหอะ ปกติต้องคิดกันมั่งแหละว่า อะไรของตานี่เนี่ย คำพูดมันฟังดูหลอกตะล่อมอย่างเห็นได้ชัด.....แล้วพอปฏิเสธว่าอย่าล้อเล่นสิ
"หรือว่าเรื่องงานครับ คนที่มีความสามารถยอดเยี่ยมเช่นคุณ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมากลัดกลุ้มกับเรื่องการงานเล็กๆ น้อยๆ"
.......ถ้าเป็นข้าเจ้าล่ะวิ่งหนีไปแล้ว..... คาสึยะเองถึงจะรู้สึกไม่ดีกับคำยกยอแบบนั้น แต่ก็เกิดรู้สึกขึ้นมาว่าถ้าเป็นกับคนไม่รู้จักที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย และคงเจอกันแค่วันนี้เท่านั้น ถึงจะเล่าอะไรออกไปก็คงไม่เป็นไร เลย
ระบายความกลุ้มใจของตัวเองให้คนที่ดูยังไงก็น่าสงสัยฟัง แต่เจ้าคนน่าสงสัยนี่ก็ยังพูด
ประมาณว่าคุณช่างแสนวิเศษมีความสามารถ นึกภาพตอนโดนไล่ออกจากบริษัทไม่ออกเลย จนคาสึยะบอกว่าเลิกยอแบบนั้นเถอะ ทั้งที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลยแท้ๆ ก่อนจะบอกว่าตัวเองเป็นแค่พนักงานบริษัทไม่ได้ความ แต่พอพูดออกไปก็มารู้สึกสมเพชตัวเองอีก ทำให้รู้สึกอยากให้ชายที่มายืนข้างๆ นี่จากไปเร็วๆ
ตอนที่คาสึยะคิดแบบนั้น ผู้ชายน่าสงสัยก็พูดขึ้นมาว่า
"ช่างถ่อมตัวซะจริง คุณเป็นคนมีความสามารถจริงๆ นะครับ ทั้งที่มีความสามารถขนาดนั้นแต่กลับมีท่าทีถ่อมตัว แตกต่างกับพวกคนธรรมดาทั่วไปจริงๆ"
ทำให้คาสึยะเริ่มโมโหเพราะคิดว่าโดนแกล้งล้อ แต่นายนั่นก็ตอบกลับไปทันควันว่าแค่พูดความจริงเท่านั้นเอง จนคาสึยะเริ่มทนไม่ได้บอกว่าไปซะเถอะ เขาก็บอกว่าถ้าทำให้อารมณ์เสียก็ต้องขอโทษด้วย แล้วจะขอให้สิ่งนี้แทนคำขอโทษ
สิ่งที่อยู่ในมือเขาเป็นแว่นกรอบเงินธรรมดา คาสึยะก็คิดว่าจะล้อเล่นอะไรอีกเลยปฏิเสธไม่รับ แต่ก็เจอเกลี้ยกล่อมว่าสิ่งนี้ต้องมีประโยชน์ต่อคุณแน่ นี้ไม่ใช่แว่นธรรมดา ถ้าให้พูดคือมันเป็นลักกี้ไอเทมสำหรับคุณ ถ้าคิดว่าล้อเล่นก็ลองสวมดูสิครับ ไม่เสียเวลาอะไรเลยใช่มั้ยล่ะ เอ้า เชิญครับ ในชั่วพริบตาที่คุณสวมแว่นนี้ ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง เหมือนความฝันที่แสนวิเศษราวกับเกิดใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวคุณจะเป็นไปตามที่คุณคิด คนที่ทำเรื่องน่าเสียดายอย่างการไม่พกสิ่งนี้ไว้ ในโลกนี้คงไม่มีเลยสักคน
ใครก็ได้ เอาหมอนี่ไปขายของทีวีไดเรคทีเหอะ......ฟังยังไงมันก็กำลังขายของชัดๆ เลยเจ้าค่ะ คาสึยะก็คิดว่าหมอนี่เป็นเซลล์ขายแว่นตาเหรอ ถ้าตัวเองพูดเก่งแบบนี้บ้าง...ก่อนจะได้สิตว่าไม่สิ การพูดโอเว่อร์เป็นต้นเหตุของปัญหา (ดีแล้วที่ได้สติ)
พอโดนถามว่า ว่าไงครับแค่ลองใส่ดูเองนะครับ พอโดนตื๊อมากเข้าคาสึยะก็บอกว่าแค่ลองใส่นะครับ พลางคิดว่าชีวิตที่แสนวิเศษราวกับเกิดใหม่เหรอ ถ้าเป็นอย่างนั้นได้จริงๆ จะดีขนาดไหนนะ แต่ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก แต่ถ้าแค่สวมแว่นนี้แล้วจะทำให้ผู้ชายคนนี้เลิกตอแยแล้วล่ะก็
ชั่วพริบตาที่สวมแว่นนั้น คาสึยะรู้สึกเหมือนเลือดไหลลงจากหัว ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวบิดเบี้ยวไปหมดเหมือนเกิดอาการหน้ามืด แล้วตอนที่พยายามฝืนลุกขึ้น เขาก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ
"เอาล่ะ ช่วงเวลาสำหรับคุณคนเดียวจะเริ่มขึ้นแล้วนะครับ
เชิญเพลิดเพลินเท่าที่ต้องการได้เลย"
.............................................................................................................................................
(Saeki Katsuya x Midou Takanori
Hirakawa Daisuke & Yuusa Kouji
from Kichiku Megane+Kichiku Megane R)

ภาพที่หาได้ เจอแต่ภาพนี้แหละเจ้าค่ะ ดูเมะปะทะเมะมาก หารู้ไม่.......
ที่จริงก่อนมาเจอหัวหน้าแผนกเนี่ย คาสึยะก็เจอมาหลายอย่างเหมือนกัน แต่ขอข้ามไปดีกว่า มาเข้าเรื่องเลยแล้วกัน เรื่องมันเริ่มจากฮอนดะไปบังเอิญเก็บเอกสารรายละเอียดสินค้าใหม่ของ MGN ที่จะกลายเป็นสินค้าหลักในช่วงนี้ได้แล้วอยากให้แผนกขายที่ 8 เป็นคนได้รับผิดชอบสินค้านี้ เลยชวนคาสุยะให้ไปคุยกับผู้ที่รับผิดชอบการพัฒนาสินค้าตัวนี้โดยตรง
ความจริงแล้ว เรื่องการขายสินค้าใหม่ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินได้ง่ายๆ เพราะต้องมีการประชุมหารือแล้วฝ่ายจัดการจะกำหนดว่าจะให้แผนกไหนเป็นคนรับผิดชอบการขาย แต่ถ้าทำตามขั้นตอนนี้แล้ว แผนกที่ 8 ก็ไม่มีทางได้สินค้าตัวนี้มาเด็ดขาด ฮอนดะจึงคิดที่จะเข้าหาทางเบื้องบนเลย. เพราะถ้าได้รับผิดชอบสินค้าตัวนี้การประเมินของแผนกที่ 8 ก็จะเปลี่ยนไป เป็นโอกาสที่อาจจะไม่ต้องโดนปลดทั้งแผนกก็ได้
ระหว่างที่ฮอนดะกำลังกดดัน....เอ๊ยเกลี้ยกล่อมหัวหน้าแผนกคาตากิริอยู่ คาสึยะก็อ่านเอกสารและสงสัยเรื่องช่วงเวลาพัฒนาสินค้าที่สั้นผิดปกติ จนผลสุดท้ายก็ต้องตามฮอนดะไป MGN จนได้ เพราะพี่แกไม่พูดพล่ามทำเพลงเผ่นออกจากบริษัทไปโน่น (ขอบใจนะ นายเป็นคิวปิดให้ตรูแท้ๆ เล้ย) แต่ตัวคาสึยะเองก็อยากขายสินค้าตัวนี้อยู่แล้วล่ะนะ
แต่แหม ที่จริงคาสึยะก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย ถึงจะมีความคิดขั้วลบนิดหน่อย แล้วก็ท่าทางแหยๆ แต่กลับมีความพยายาม ความคิดและการกระทำก็....อืม ถึงต้องมีตัวช่วยมากระตุ้นหน่อยก็เถอะ แต่ก็ไม่ใช่พวกงอมืองอเท้า ไม่เห็นจะเป็นคนไม่ได้เรื่องขนาดที่ตัวคาสุยะเองคิดเลย หรือว่าหมอนี่....ก็เป็นพวกยึดติดความสมบูรณ์แบบเหมือนแว่นนี่หว่าที่จริง เพียงแต่เป็นเฉพาะกับตัวเองเท่านั้น.....
และแล้วพวกคาสึยะก็ไปถึง MGN เจอกับหัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภันฑ์ที่ 1 มิโด้ ทาคาโนริ ตอนเห็นหน้าครั้งแรกคาสึยะตกใจมาก เพราะว่ามิโด้ดูหนุ่มเหลือเกินเมื่อเทียบกับตำแหน่งหน้าที่
ฮอนดะเองก็ตกใจเหมือนกัน หลังจากนั้นมิโด้บอกให้เข้าเรื่องเร็วๆ ฮอนดะเลยเริ่มพูดเรื่องขอให้มอบหมายสินค้าตัวใหม่นี้ให้แผนกที่ 8 รับผิดชอบเรื่องการขายด้วยท่าทีมั่นใจเต็มเปี่ยม การเจรจาดำเนินไปอย่างราบรื่แต่คาสึยะกลับรู้สึกกังวล ไม่รู้ว่าเพราะตัวเองใจเสาะไปเอง หรือเพราะมิโด้ยังทำหน้าตาเรียบเฉยโดยที่ไม่เชิญให้พวกเขานั่ง และตัวเองก็ไม่นั่งด้วย
แล้วมิโด้ก็เริ่มไล่ต้อนคาสึยะกับฮอนดะไปเรื่อยๆ โดยเริ่มจากถามว่าไปรู้เรื่องสินค้ามาจากไหน เพราะสินคาตัวนี้ทำการพัฒนาอย่างเป็นความลับสุดยอดและยังรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนจนไม่มีช่องว่างให้บริษัทอื่นสืบรู้ ฮอนดะแก้ตัวว่าการพัฒนาสินค้ามีคนเกี่ยวข้องด้วยมากมายเพราะฉะนั้นจะมีข่าวรั่วไปบ้างก็ไม่เห็นแปลก แต่มิโด้บอกว่าเรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกน้องของเขาจะปล่อยให้ข้อมูงรั่วไหล เพราะเป็นลูกน้องที่เขาเลือกมาเองเพื่อโปรเจคนี้โดยเฉพาะ นอกจากนั้นเขายังผิดชอบทุกอย่างตั้งแต่แผนงานจนถึงกลยุทธ์การขายด้วย เพราะฉะนั้นความเป็นไปได้ที่พวกคาสึยะจะรู้เรื่องสินค้าคือวันนี้ เพราะเขาให้ลูกน้องสองคนไปอธิบายสินค้าที่คิคุจิอยู่
ฮอนดะก็บอกยอมแพ้โดยไม่มีทีท่ารู้สึกผิดเลยสักนิด และก็ขอให้มอบหมายสินค้าตัวนี้อีกครั้ง ถ้าเป็นปกติอีกฝ่ายคงตะลึงไปแล้ว แต่มิโด้ไม่ใช่แบบนั้น เขาปฏิเสธอย่างเฉียบขาด (ก็นะเบอร์กระดูกมันผิดกัน หัวหน้าฝ่ายกระดูกเบอร์ 32 เชียวนะ พวกลูกเจี๊ยบเบอร์ 25 จะไปสู้ได้ยังไง) แล้วมิโด้ก็กดดันฮอนดะไปเรื่อยๆ คาสึยะอยากช่วยแต่ไม่รู้จะทำไงดี เพราะถ้าเกิดพูดจาอะไรไม่เข้าท่าไปอีกจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง มิโด้ออกปากไล่และบอกว่าจะรายงานเรื่องนี้กับคิคุจิ คาสึยะตกใจมากเพราะถ้าเป็นแบบนั้นการประเมินของแผนกที่ 8 จะยิ่งแย่ลงซ้ำร้ายการรับผิดชอบขายสินค้าอาจจะตกไปอยู่กับบริษัทอื่นด้วย แต่ฮอนดะก็ไม่ยอมแพ้ถึงขนาดลงทุนคุกเข่า แต่ของแค่นี้ไม่มีทางทำให้มิโด้หวั่นไหวได้
แล้วตอนนั้นเองที่คาสึยะรู้สึกตัวถึงตัวตนของแว่นที่ได้มาเมื่อคืน เขาเองก็คิดอยู่ว่าจะคุกเข่าไปกับฮอนดะด้วยดีมั้ย แต่พอเห็นสายตาเย็นชาที่มองฮอนดะเหมือนกำลังมองสิ่งของของมิโด้แล้วก็เลิกล้มความคิด เพราะรู้ว่าถึงตัวเองจะขอร้องด้วยก็ไร้ผล จนในที่สุดมิโด้ก็จะเรียกรปภ.มา
เวลานั้น คาสึยะนึกถึงคำพูดของชายชุดดำเมื่อคืน เขาอยากจะเปลี่ยนตัวเองจากกันบึ้งของหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุที่เล็กน้อยแค่ไหน แต่ถ้าทำให้เขาเปลี่ยนไปได้ล่ะก็..... คิดแล้วคาสึยะก็สวมแว่น (กดที่ภาพแล้วจะเป็นรูปตอนใส่แว่นค่ะ)
เหม่ มีบีฟอร์กับอาฟเตอร์ให้เสร็จสรรพ แบบว่าดูเสร็จแล้วอยากถามจริงๆ เลยว่าแว่นนี่มันมีบริการเปลี่ยนทรงผมให้ด้วยเรอะ ใส่เสร็จเปลี่ยนกระทั่งทรงผมแน่นอน ว่านอกจากท่าทางแววตา ทรงผมจะเปลี่ยนไปแล้ว เสียงยังเปลี่ยนไปด้วย !! เสียงแบบได้ยินแล้ว....อ๊าย
คาสึยะรู้สึกเหมือนหน้ามืดไปแป๊บนึง แต่หลังจากนั้นก็รู้สึกหัวโล่งไปหมด หลังจากนั้นแว่นก็สั่งให้ฮอนดะลุกขึ้น เพราะมันดูน่าสมเพช มิโด้นึกว่าแว่นตัดใจจะกลับไปแล้ว แต่กลับโดนปฏิเสธว่าเราจะคุยกันหลังจากนี้ต่างหาก แล้วแว่นจะขอให้มิโด้มอบหมายการขายสินค้าตัวใหม่นี้อีกครั้ง มิโด้เห็นตื้อไม่เลิกสักทีเลยจะกดโทรศัพท์เรียกรปภ. แต่โดนแว่นจับมือห้ามเอาไว้ ก่อนจะพูดไล่ต้อนมิโด้ไปเรื่อยๆ เพราะมองออกว่าอนาคตของมิโด้ขึ้นอยู่กับการขายสินค้าตัวนี้ ในตอนนั้น คาสึยะที่สวมแว่นรู้สึกฮึกเหิมอย่างน่าประหลาด รู้สึกเต็มเปี่ยมเหมือนทำได้ทุกอย่าง แล้วพูดต่อว่าสินค้าตัวนี้ทำขึ้นมาเพื่อทดแทนยอดขายที่ล้มเหลวของสินค้าตัวก่อน
มิโด้ถามหน้าเครียดว่าไปได้ยินมาจากไหน แต่คาสึยะตอบกลับไปว่าเรื่องแค่นั้นไม่ต้องได้ยินจากที่ไหนก็รู้ได้ นอกจากนั้นมิโด้ยังเป็นคนพูดเองว่าช่วงเวลาการพัฒนาสินค้าตัวนี้เร็วมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาสามารถคาดการณ์จากเรื่องนั้นได้ง่ายมาก ทำเอามิโด้พูดอะไรไม่ออก ฮอนดะเองก็งงๆ กับท่าทีของเพื่อนที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ส่วนตัวมิโด้เองก็หวั่นไหวกับการตอบโต้อันคาดไม่ถึงของผู้ชายที่ตัวเองดูถูกจนลืมสะบัดมือที่ถูกจับเอาไว้ แว่นรู้สึกสะใจกับสภาพนี้มากจนแทบทนไม่ไหว และพูดต่อว่าคราวนี้ถ้าผลกำไรไม่เพิ่มขึ้นก็จะมีผลกระทบต่อราคาหุ้น และเพราะการขายสินค้าตัวก่อนผิดพลาด ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ต้องทำให้สินค้าใหม่นี้ฮิตติดตลาดให้ได้ มิโด้ก็เถียงว่าไม่ต้องให้แว่นมาพูดเรื่องแบบนี้หรอก แล้วก็ปล่อยมือเขาได้แล้ว
แต่แว่นกลับจงใจไม่ปล่อยมือนั้นแล้วหรี่ตามองมิโด้ที่กำลังสะกดกลั้นความโกรธเอาไว้อย่างชอบใจ ก่อนจะพูดต่อว่าเพราะฉะนั้นถึงได้อยากให้พวกเราแผนกที่ 8 รับผิดชอบ เพราะถ้าเกิดดำเนินตามขั้นตอนที่ถูกต้องอย่างแล้วๆ มา การขายสินค้าตัวนี้ก็คงไปตกอยู่กับแผนกที่ 1 หรือไม่ก็ 2 พวกแผนกที่ 1 โทษว่าความผิดพลาดในครั้งก่อนเป็นเพราะคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยไม่ยอมรับความผิดพลาดของนโยบายของพวกตนเอง แล้วที่นั่นก็คงจะวางกลยุทธ์ของสินค้าตัวใหม่นี้ด้วยแผนการเดิมๆ อยากจะพลาดซ้ำรอยเดิมอีกครั้งเหรอครับ ? ยิ่งกว่านั้น ผมคิดว่าการมอบหมายให้แผนกเราที่สามารถฟื้นฟูยอดขายที่เคยตกลงไปครั้งหนึ่งขึ้นมาได้ จะให้ผลดีมากกว่านะครับ ?
อ๊าย มาถึงตรงนี้คนพิมพ์ล่ะแสนจะสะใจเหลือเกินค่า เพราะเท้านี่มันกระดิกๆ กับท่าทางและคำพูดของมิโด้มาหลายรอบแล้ว อารมณ์แบบว่าในที่สุดตรูก็ได้เอาคืนสักทีเว้ย สะใจ !! ยิ่งท่าทางแว่นหยิ่งยะโสประมาณว่านายเถียงสู้ฉันไม่ได้หรอกเนี่ย อ๊า รู้สึกดีเป็นบ้าเลยค่ะ (ใจเย็นกลับมาก่อนพวก) เอ แต่พอมาคิดอีกที....มิโด้แก่กว่าคาสึยะ 7 ปี ?......มิโด้เป็นโลลิค่อน ? (จะบ้าเรอะ)
มิโด้ก็เสียดสีว่ามั่นใจตัวเองเหลือเกินนะ ฟังดูเหมือนกำลังหลงคิดไปว่าถ้าเป็นพวกตัวเองก็สามารถทำให้สินค้าทุกแบบฮิตติดตลาดได้
แว่น - ไม่ได้หลงคิดไปเองหรอกครับ แค่กำลังพูดความจริงเท่านั้นเอง เป็นสินค้าที่ทางนั้นมั่นใจใช่ไหมล่ะครับ ? ไม่มีทางขายไม่ออกอยู่แล้ว
พอพูดไปแบบนั้น ใบหน้าของมิโด้ที่กำลังจ้องแว่นเขม็งก็อ่อนลง ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงนิดเดียวถึงขนาดถ้าไม่ได้อยู่ใกล้ก็ไม่มีทางสังเกตเห็นได้ก็ตาม แม้จะเป็นเพียงชั่วแว่บเดียว แต่แว่นก็ยิ้มในใจกับมิโด้ที่เผยช่องว่างให้เห็น แล้วพูดต่อว่า เพราะพวกเราเองก็คิดแบบนั้นต่างหากล่ะครับ ถึงได้อยากดูแลสินค้าใหม่ตัวนี้ ก่อนจะเผยรอยยิ้มแบบมั่นใจเต็มเปี่ยม ทำให้มิโด้จ้อมแว่นแบบหงุดหงิดแต่สายตานั้นกลับไม่มีแรงกดดันแบบเมื่อกี๊
หลังจากเงียบไปสักพักหนึ่ง มิโด้ก็เอ่ยขึ้นว่าได้สิ ถ้าพูดถึงขนาดนั้นก็ขอดูผลหน่อยเถอะ เพียงแต่ว่ามีเงื่อนไขอยู่คือต้องทำตามเป้าที่ตั้งไว้ภายในกำหนดเวลาสามเดือนให้ได้ ถ้าหากทำไม่ได้ ไม่ใช่แค่พวกแว่นเท่านั้น แต่ขอให้แผนก 8 ทั้งแผนกเตรียมใจเอาไว้ให้ดี ตกลงมั้ย? ซึ่งแน่นอนว่าแว่นตกลงแถมยังบอกให้รอดูผลในอีกสามเดือนให้หลังอีกต่างหาก ขณะที่ฮอนดะกำลังอึ้งอยู่ข้างหลัง แว่นก็ปล่อยมือมิโด้
อ๊ากกกก สะใจแม่ยกค่ะ แว่นบันไซ !! ถึงฉันจะไม่ได้ใส่แว่นแต่ฉันเข้าใจความรู้สึกนายนะ อื้ม เอาแบบนี้แหละ โกๆ !! (ยกนิ้วโป้ง) และนี่ก็คือการพบกันของแว่นกับหัวหน้าฝ่ายค่ะ เป็นไงล่ะค่ะ เหมือนละครไทยตอนค่ำเลยมั้ย ? (เฮ้ยๆ) และหลังจากนี้ คู่นี้ก็จะมีอะไรมันๆ มาให้ดูอีกเรื่อยๆ ค่ะ แต่ถ้าไปถึงตอนที่แว่นชักจะเลยเถิดนี่สงสัยต้องมีการตัดตอน เอิ๊ก และเพื่อความเข้าใจเนื้อเรื่อจะขอต่ออีกติ๊ดค่ะ
วันนั้นคาสึยะที่สวมแว่นจะรู้สึกดีมาก หรือเพราะเอาสัญญาจากมิโด้มาได้ หรือเพราะฮอนดะกับคาตากิริดีใจกับเรื่งนี้จนพากันเอาใจเขา แต่มันไม่น่าจะใช่แบบนั้น แล้วแว่นก็เอามือไปแตะแว่นของตัวเองโดยไม่รู้ตัวพลางนึกว่าหรือจะเป็นเพราะเจ้านี่จริงๆ แล้วตอนนั้นเองที่เขาเจอกับชายชุดดำอีกครั้ง
แบบว่าจู่ๆ ก็โผล่มาข้างหลังอย่างกะหนังเฮอเรอร์เลยค่ะ แว่นสงสัยอยู่เหมือนกันว่าผู้ชายคนนี้ให้แว่นนี้กับเขาทำไม แต่ก็คิดว่าเรื่องแบบนั้นจะเป็นไงก็ช่าง ไม่ว่าเจตนาของชายคนนี้ก็เป็นอย่างไรแว่นนี้ก็มีประโยชน์จริงๆ ชายชุดดำก็พูดอย่างประทับใจว่า สมกับเป็นคุณจริงๆ ใช้อำนาจของแว่นได้อย่างมีประมิทธิภาพมาก สายตาของเขามองไม่พลาดจริงๆ พลังที่อยู่ภายในตัวคุณ ความคิดที่แท้จริงของคุณ ตัวคุณที่แท้จริงซึ่งปลดเปลื้องเปลือกนอกออกแล้วช่างงดงาม เท่านั้นไม่พอยังมองแว่นอย่างเคลิ้มด้วย
แว่นก็ถามว่าแล้วมีธุระอะไร คงไม่ใช่ว่าเกิดเสียดายแว่นขึ้นมาหรอกนะ ชายชุดดำก็จะพูดดีใจว่าดูท่าทางจะถูกใจแว่นนั่นมากเลยนะ ในฐานะคนให้แล้วช่างน่ายินดีจริงๆ แต่ขออภัยที่มีสิ่งของที่เลือกคนเช่นเดียวกับคนเลือกของอยู่ด้วย แว่นเลยรู้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้คิดจะมายืนยันให้แน่ใจว่าเขาคู่ควรกับแว่นนี้รึเปล่า ถึงดูท่าทางแว่นจะใช้มันได้อย่างราบรื่นแต่กฏก็คือกฏ ตอนนี้เขาแค่ให้ยืมแว่นนี้เท่านั้นและจะขอคืนอีกในสามเดือนให้หลัง หากแว่นจะปฏิเสธก็ขอแค่แสดงความสามารถของเขาให้เป็นที่ประจักษ์ก็พอ ในช่วงเวลาจนถึงกำหนดคืนถ้าแสดงให้เห็นได้ว่าแว่นสามารถใช้มันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชายชุดดำก็จะยกแว่นนั้นให้ แต่ก่อนหน้านั้น ถ้าเกิดเห็นว่ามันไม่จำเป็นหรือไม่สามารถใช้ได้แล้วจะคืนก็ได้ เพราะเขาแค่อยากมีประโยชน์ต่อคาสึยะเท่านั้น
แม้จะคิดว่ามีเบื้องหลังแต่คาสึยะก็ยอมรับเงื่อนไขนั้น แล้วชายชุดดำก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้และจ้องมองคาสึยะอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแย่งแว่นมา ทำให้คาสึยะกลับมาเป็นคนเดิม จากนั้นจึงถามว่าจำเรื่องวันนี้ได้หรือเปล่า แม้จะบางส่วน และไม่น่าเชื่อว่าเป็นตัวเขาเอง แต่คาสึยะก็จำได้ ชายชุดดำคืนแว่นให้อย่างพอใจพร้อมบอกว่า คาสึยะเก่งกาจและดีเลิศเขาจริงๆ แต่จงระวังอย่าให้โดนแว่นนั้นครอบงำได้ ไม่ว่ายาแบบไหนถ้ากินมากเกินไปก็เป็นพิษได้ คนที่จิตใจอ่อนแอมักจะพึ่งพาสิ่งนั้นมากเกินไป แต่ผมไม่พูดหรอกว่าคุณเป็นแบบนั้นหรอกเพราะคนที่ฉลาดเฉลียวและเข้มแข็งเช่นคุณหาไม่ได้ง่ายๆ แต่ทุกอย่างก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันได้
เขาพูดอย่างเสนาะหูราวกับโอเปร่าแต่เนื้อหากลับชวนให้กังวล คาสึยะคิดในใจว่าเขาไม่ใช่คนเข้มแข็งหรอก ชายชุดดำจับมือของคาสึยะ สัมผัสเย็นยะเยือกนั้นทำให้คาสึยะตกใจจนแทบกลั้นหายใจ เขาหลุบตาลงด้วยความอาย แต่ชายชุดดำกลับยังคงจ้องมองเขาต่อไปเรื่อยๆ ใบหน้าของชายคนนั้นชิดเข้ามาใกล้จนรู้สึกกระวนกระวาย เขาคืนแว่นใส่มือคาสึยะแล้วผละออกมาอย่างง่ายดาย
คาสึยะถามว่าเขาเป็นใคร ชายชุดดำเลยตอบว่าเรียกเขาว่า Mr.R เถอะ ก่อนจะจากโดยทิ้งท้ายว่า เขาเตือนแล้วนะ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว ระวังตัวด้วย กรุณาใช้มันอย่างถูกต้องและชาญฉลาดจนหลอกลวงได้แม้แต่ปีศาจนะครับ แล้วเจอกัน Mr.R พูดแบบนั้นแล้วหายตัวไปในความมืด แม้คาสึยะจะคิดว่าเขาเป็นคนที่แปลกมากแต่ก็พูดไม่ออก ถึงจะนึกสงสัยก็ไม่สามารถรั้งตัวเอาไว้ได้ พอถูกทิ้งให้เหลืออยู่คนเดียว คาสึยะเลยกลับบ้านอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งที่ยังถือแว่นอยู่ในมือ
.......................................................................................................................................
แอ๊ก ตัดช่วงค่า โอย ยาวอีกแล้ว จะมีคนอ่านมั้ยเนี่ย....ไม่ใช่ว่า เปิดมายาวชิบขี้เกียจอ่านจัง ปิดไปเลย.....อ่อก อืม แต่ให้ใช้ขนาดหลอกลวง Mr.R ได้นี่ก็ไม่ไหวนา เราว่าหมอนี่ล่ะค่ะปีศาจตัวจริงเลย แล้วก็คิดจะมาล่อลวงแว่นให้ไปเป็นเจ้านายของตัวเอง เป็นประเภท M ที่มีรสนิยมปั้น S ของตัวเองอะไรแบบเนี้ย (เฮ้ยๆ คิดไปถึงไหนแล้ว) คนที่สงสัยว่านี่มันแว่นหัวหน้าฝ่ายตรงไหนเนี่ย
ถ้าเกิดเป็นแบบแก้ตัวคือนี่มันแค่เกริ่นน่ะค่า อย่าเพิ่งใจร้อนไปสิตัวเอง อีกเดี๋ยวก็มีอีเวนท์ออกเป็นพาเหรดแล้ว
แต่ถ้าเกิดเอาใจจริงล่ะก็ ขอโทษค่ะ คือว่ามันเผลอไปนน่ะค่ะ จู่ๆ ก็แปลเพลินไปจนลงซะละเอียดเกินเฮ้ยอีกแล้วล่ะค่ะ อภัยให้หนูด้วยแต่เรื่องนี้การต่อปากต่อคำในตอนแรกสุดสนุกมากค่ะ แต่น่าเสียดายที่หลังๆ มิโด้จะสู้แว่นไม่ได้นี่สิ เถียงได้แป๊บเดียวโดนแว่นจับกดซะและ ฮ่าๆๆๆๆ (นี่หล่อน)
คิดว่าจะลงทุกอีเวนท์ของแว่นมิโด้ไม่ว่าจะยิบย่อยขนาดไหนค่ะ เพราะอ่านตอนที่มิโด้เจ็บใจเพราะเล่นงานแว่นไม่ได้ หรือเป็นฝ่ายหลงคารมแว่นไปซะนี่ แล้วมันสนุกดีน่ะค่ะ หรือจะบอกว่าสะใจดีๆ แต่สะใจได้แค่แป๊บเดียวแหละ พอทำการรับรองท่านหัวหน้าฝ่ายเมื่อไหร่ ความสะใจมันเปลี่ยนไปเป็นความสงสารน่ะค่ะ ถึงจะคิดว่าแกหาเรื่องเองนะก็เถอะ....
โปรแกรมต่อไปที่คิดว่าจะทำภายในเดือนหน้า (ถ้าต้นฉบับนิยายเรื่องใหม่ยังไม่มา) คือ
Starry Sky ~in Autumm~ : งานนี้ทำของอ.อิคุแน่นอนค่ะ เพราะชอบด้วยมีรีเควสด้วย และคิดว่าคงได้ทำของอาจารย์โคทาโร่ด้วยแหงๆ เพราะตอนนี้เราหวั่นไหวกับอิชิดะมากเลยล่ะค่ะ แบบว่าน่ารักสุดๆเลยค่ะ โดนมากค่ะ แบบว่าฉึกเข้ากลางใจมากๆ ขนาดต้นเรื่องนะเนี่ย ในตอนต้นนี่ภาษีของอ.โคทาโร่ สูงกว่าอ.อิคุซะอีก....แต่ต่อไปนี่ไม่แน่...ล่ะมั้ง?
ปล. อ.สามคนนี้ก็หยอกกันน่ารักน่าดูเหมือนกันแฮะ อันตรายๆ
Lucky Dog1 : อันต่อไปนี่จะทำของจูลิโอ้ค่ะ เป็นตัวที่จีบเป็นตัวที่สอง จากที่กะไว้ว่าจะเป็นตัวที่สามเพราะน่ารักเกินไปจนทนไม่ไหว ลองคิดสิคะว่า ร็อดไวเลอร์หรือโดเบอร์แมนที่ดุค่อดกลับมาเชื่องมาคลอเคลียมาออดอ้อนหงิงๆ เชื่อฟังเราคนเดียวเนี่ย มันเป็นความรู้สึกที่โมเอ้ ชวนลูบหัวขนาดไหน เดี๊ยนทนไม่ได้ค่า
Kichiku Megane : ทำคู่แว่นมิโด้ กับมิโด้คาสึยะล่ะค่ะ เจ๋งทั้งสองแบบเลยคู่นี้ เล่นแล้วสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า นี่มันเอาคืนกันไปเอาคืนกันมานี่หว่า
กรณีที่คุณเล่นแว่นก่อนเล่นคาสึยะ : นี่ตรูกำลังโดนเอาคืนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
กรณีที่เล่นคาสึยะก่อนเล่นแว่น : ช้านกำลังจะเอาคืนแล้วววววววววววววววววววววววว
จบข่าวค่ะ มันเป็นเช่นนี้จริงๆ นะ แต่ไม่ว่าแบบไหนสิ่งที่พูดได้เต็มปากอย่างแน่นอนคือ ตอนท้ายหัวหน้าฝ่ายน่ารักเป็นบ้าเลย ตอนท้ายนะคะ ไม่ใช่กลางเรื่อง
Lamento 4 : อันนี้กำลังกระดื๊บๆ ทำสะสมไปเรื่อยๆ ค่ะ คิดว่าจะเอาให้จนเจอไรแล้วน่ะแหละ ไม่งั้นเค้าไม่ยอมด้วย สามตอนยาวยืดยังไม่เจอ คราวนี้แหละ เราต้องเจอหนุ่มๆ กระชุ่มกระชวยให้ได้ (ยัยนี่)
แล้วเจอกันเอนทรี่หน้านะคะ

..ก็เลยชอบที่สุดในบรรดารูทที่เล่นผ่านมาค่ะ