luckydog1

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ยังไม่มีงานนิยายก็จริง แต่งานการ์ตูนและจ๊อบล่ามมันประดังเข้ามาจนไม่ได้อัพอีหนูจูลิโอ้สุดที่รักซะที แถมงานนี้ดูท่าทางว่าน่าจะยาวกว่าของอีวานเยอะซะด้วย เพราะคราวนี้นั่งเล่นไปเขียนไป หึหึ (หล่อนนี่ยุติธรรมจริงๆ เล้ย) แถมจะลองเล่นตามบทสรุปของ 由良 superpack ด้วย คิดซะว่าเล่นเก็บสกอร์&ทวนเนื้อเรื่อง (ที่เกือบลืมไปแล้ว)ก็แล้วกัน 

แล้วเมื่อวันก่อนข้าเจ้าไปที่สำนักพิมพ์มาค่ะ แล้วคุยกะบ.กเรื่องการ์ตูน "แฟนผมเป็นสาววาย" บ.ก.ที่เป็นผู้ชายก็เอ่ยว่าผมล่ะสงสารพระเอกเรื่องนี้จริงๆ อันนี้เห็นด้วยค่ะ เพราะเราอ่านก็ยังอดสงสารไม่ได้เลยเนี่ย แล้วทีนี้บ.ก.ก็ถามขึ้นมาว่า

บ.ก. - จำได้มั้ยว่าพระเอกเรื่องนี้ชื่ออะไร?
ข้าพเจ้า - (ชื่ออะไรฟระ)........เซ...บาส....?
บ.ก. - ว่าแล้วว่าต้องตอบแบบนี้ เพื่อนผมเองก็จำว่าพระเอกชื่อเซบาส !

กร๊าก น่าสงสารจริงๆ ค่าไทกะคุง (ไปเปิดหนังสือดูทีหลัง) แต่เล่มสองนี่เป็นเล่มที่เราเข้าใจความรู้สึกนางเอกมากเลยนะคะ (แต่อาการฟุโจฉิยังไม่หนักเท่าคุณเธอ) ตอนที่เธอบอกว่า "ฉันรักเจ้าของเสียงข้างในด้วย" เนี่ย ก๊ากกกก ฮ่าๆๆๆๆๆ เข้าใจ ชั้นเข้าใจความรู้สึกนั้นนะพวก....!

และตอนนี้ มีเรื่องที่อยากจะตะโกนมากเลยค่ะ ขอตะโกนก่อนตอบเมนท์ทีเถอะ

 

ตรูเกลียดวินโดว์อัพเดทเฟ้ย

 

โอเค จบข่าว ไปตอบเมนท์ดีกว่า

ตอบคุณ  myuk

ฮือออออ วันนี้(วันที่30)เราไปเมนท์บลอคคุณมุกมาด้วยล่ะค่ะ แต่พอกดส่งมันดันเออเร่อร์ซะงั้น อะฮื้อ พิมพ์ไปตั้งเยอะ ทำเอาหมดแรงข้าวต้มเลย มันต้องมาเป็นตอนที่เพลินลืมก็อปไว้ก่อนด้วยนะ บ้าที่สุด

แบบว่าตอนนี้อยู่ในอาการอยากเล่นบลัดดี้คอลมากเลยค่ะ แบบว่าอยากเล่นมากกว่าสตีลอีก ทั้งที่สตีลมีมิโดรินสุดที่รักของเรา มันต้องเป็นเพราะตัวทดลองเล่นแหงๆ กร๊าก กับเสียงโมริๆ ตอนท้ายที่ว่า "ทำไมฉันถึงมองข้ามน้ำตาของเธอไม่ได้นะ" อ๊ากกกกกก ป๊าบบบบบบบบ ถ้าจีบจินไม่ได้มีเคืองจัดๆ ค่ะ หรือจะบอกว่า ตัวที่ให้จีบได้ของฝั่งเนเด้นี่ช่างไฮสเปคเหลือหลาย แค่นักพากษ์ก็กินขาดแล้ว เรย์เมย์กับชิโร่ก็ดีนะคะ (เฮ้ยๆ ลืมสุสุเคนไปแล้วเรอะ<<ชื่อตัวละครยังจำไม่ได้เลยนะหล่อน) แต่พอเอามาเทียบกับอาจารย์และไคน์แล้ว ไม่ไหวค่ะ น็อคเอาท์ๆ ยิ่งหลังจากที่อ่านนิยายของอาจารย์กับไคน์ด้วยแล้ว กรี๊ดดดดดด มันจะมีเงื่อนไขลำดับจีบมั้ยเนี่ย อาจารย์นางาโนะชอบทำแบบนี้ซะด้วยสิ /me ดิ้นไปดิ้นมา

อ่ะ นอกเรื่องไปซะไกล กลับมาตอบเมนท์ได้แล้วเรา หึหึหึ ดีใจมากเลยค่ะที่มีคนเอะใจเรื่องชื่อบริษัทเหมือนเราเพียบเลย 

แหม่ คำชมของคุณมุกทำเอาเราลอยติดชั้นบรรยากาศเลยค่ะ ขอบคุณมากนะค้า ที่จริงแปลแบบเอาอารมณ์ส่วนตัวใส่เข้าไปซะเยอะด้วยนะนั่น

ของจูลิโอ้เนี่ย ตอนเจอคุณชายทำโรคจิตใส่ก็เคยอยากหนีอยู่หลายรอบนะคะ แต่พอนึกถึงสายตา ท่าทางและน้ำเสียงอันแสนจะลูกหมา ออดอ้อนและน่ารักของจูลิโอ้แล้ว ไม่ไหวยกธงค่ะ หนีไม่ได้ ทำใจ ลูทของจูลิโอ้นี่เล่นแล้วอิจฉาเจ้าพวกนี้ในหลายๆ ความหมายค่ะ ฮึ้ย กินหนมกันอยู่ได้ ชั้นก็อยากกินนะเฟ้ย ฮึ้ย ส่วนตอนฉากนี่ตาสว่างเพราะอิมแพ็คค่ะ อิมแพ็คจริงๆ ทั้งสองรอบ คนที่ไม่รู้อะไรถ้าเล่นแล้วเขาก็คงนึกว่าแจนเป็นเมะล่ะค่ะ ก็จูลิโอ้ออกจะน่ารักขนาดนี้ ที่จริงก็คิดว่าน่าจะมีสลับนะเนี่ย แต่เมื่อเห็นภาพตอนจบแล้ว โอ้ว กู้ด ตำแหน่งนี่แหละดีแล้ว ตรูไม่ขัดล่ะ

ตอบคุณ  Nathael

ขอบคุณค่าที่ชอบ

ตาแว่นเนี่ย ตอนเห็นฉากนั้นเราคิดจริงๆ นะคะว่าทำเกินไปแล้วเฟ้ย แต่เพราะอย่างนั้นรึเปล่านะ ตอนที่แว่นรู้ใจตัวเองแล้วสารภาพรักกับมิโด้โดยที่นึกว่ามิโด้ไม่ได้ยินเนี่ย มันเลยสะท้านจิตใจมากเลยค่ะ โชคดีที่เฮียตาสว่างก่อนนะนั่น ไม่งั้นได้แบดเอนด์แหงๆ

ตามปกติแล้ว เราไม่ค่อยชอบอ่านนิยายที่เมะทำไม่ดีกะเคะค่ะ เพราะสงสารอ่ะ แล้วนิยายส่วนมากมันเป็นจากมุมมองของเคะด้วย แล้วข้าเจ้าก็ไม่ใช่มาโซ เลยมิอาจซิงโครด้วยได้ เพราะฉะนั้น เมงาเนะนี่เป็นกรณียกเว้นจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นตอนหลังก็ยังอยากเตะแว่นอยู่ดีแฮะ

ฮ่าๆๆๆ เหนือจินตนาการเลยเหรอ จะว่าไปเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชอบเข้าไปได้ไง แต่คงเป็นเพราะหน้าปก หน้าปก แล้วก็หน้าปก แล้วก็เพราะชอบคาสึยะมากไม่ว่าจะแว่นหรือไม่แว่น เลยกลายเป็นการจุดประกาย แว่นXไม่แว่น ไปซะงั้น

ตอบคุณ  goosegrass

จำได้สิค้า เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เจอกันในบอร์ดเลยน้า เลิกเล่นแล้วเหรอคะ ? ตอนนี้ในบอร์ดเปลี่ยนโฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิมแล้วด้วยน้า แหม่ นึกถึงตอนที่มารวมตัวกันคุยเรื่องนักพากษ์และเกมกันในบอร์ดแล้ว คิดถึงจังเลยแฮะ เพราะหมู่นี้บอร์ดค่อนข้างร้างเหมือนกัน

ดีใจนะคะที่มาตบะแตกเอากับโพสท์เมงาเนะ เพราะจะได้มาคุยกัน แถมไม่ได้คุยกันมานานแล้วด้วยนี่น้า จะว่าไปตอนนี้ก็ทิ้งช่วงมานานแล้วน้า เล่นจูลิโอ้เสร็จรึยังค้า เหอๆๆๆ

หลังจากนี้ไม่มีแล้วล่ะค่ะ เจรจาธุรกิจ มันคืออะไรหนูไม่รู้จัก ฮ่าๆๆๆๆ

ตอบคุณ เพนกวิน...

แหม คือว่าเหตุผลที่มิโด้เรียกคาสึยะไปโรงแรมนี่ก็เหตุผลครือๆ กับเจ้าแว่นล่ะค่ะ คาสึยะน่ะถึงท่าทางจะหงอๆ แต่ความจริงแล้วไม่ได้ยอมลงให้กับมิโด้ ทำให้มิโด้หงุดหงิดอยากทำให้คาสึยะมาสยมแทบแท้าตัวเอง แต่วิธีน่ะแบบว่า เฮ้ย นึกวิธีอื่นไม่ออกแล้วเรอะ ความจริงแล้วอยากทำแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้วล่ะซี่ แต่ไม่กล้ายอมรับ (เฮ้ยๆ กลับมาก่อน)

ทับทิมลูกสุดท้ายของภาค R....หมดแรงค่ะ อันนั้นน่ะหมดแรงค่ะ หัวเราะจนหมดแรง ความจริงแล้ว คาสึยะนี่ก็เพ้อ...เอ๊ย ช่างจิ้นเหมือนกันนี่หว่า แต่ความจริงที่ด่าว่าบ้าเนี่ย ไม่แน่ว่าอาจจะกำลังด่าตัวเองก็ได้นะคะ ว่าคิดเข้าไปได้ไงฮ่าๆๆๆ แต่ชุดเจ้าสาวนี่แทบคว่ำโต๊ะค่ะ ไม่นึกเลย.... ถ้ามีแต่ชุดเจ้าสาวเนี่ย มันอาจจะกลายเป็นแผลใจแบบถากๆ ก็ได้นะคะเนี่ย แต่เพราะมีไอ้ลูกข้าวใหม่ปลามันนี่แหละ ข้าพเจ้าถึงมาตั้งต้นใหม่ได้ว่านี่มันมุขน่า

เรื่องโดนี่ แค่กรุณาจะเล่าให้ฟังก็พอแล้วล่ะค่ะ แหกแสกนนี่เราสงสารทั้งหนังสือแล้วก็คนวาดน่ะค่ะ (เป็นเฉพาะกับโด) เนื้อเรื่องมันเป็นไงเหรอค้า (ตาส่องประกาย....)

เรื่องฟิคนี่คุณเพวนกวินจะแต่งดูมั้ยคะ ไม่สิช่วยแต่งทีเถอะค่ะ แล้วจะรออ่านนะคะ เนี่ยส่งพล็อตให้แต่งต่อเลย ลดอายุให้เป็นวัยไฮสคูลกำลังขบเผาะ ซาเอกิ คาสึยะX2 ที่ชื่อเหมือนกันแล้ว หน้ายังเหมือนกันอีกด้วย สองคนนี้ไม่ใช่ฝาแฝด เป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องกัน แต่เพราะพ่อแม่เป็นฝาแฝดจับคู่กันเลยปั้นออกมาเหมือนกันเดี๊ยะ แต่ถึงอย่างนั้นเพราะบุคลิกและนิสัยของทั้งสองคนเลยทำให้คนไม่คิดว่าพวกเขาหน้าตาเหมือนกัน

สองคนนี้ตอนเด็กๆ เคยอยู่ด้วยกันตลอด แต่พอจบชั้นประถมแว่น(ที่ตอนนั้นยังไม่ใส่แว่น)ก็ต้องตามพ่อแม่ไปเมืองนอก เลยต้องแยกจากคาสึยะ แล้วทีนี้เมื่อขึ้นม.ปลายปี2 สองคนนี้ก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง โดยที่แว่นกลับมาญี่ปุ่นคนเดียว ที่จริงแล้วเขามีกำหนดต้องไปอยู่บ้านของคาสึยะ แต่แว่นยืนยันว่าจะออกมาอยู่คนเดียว แล้วก็ไปเช่าห้องแมนชั่นซะงั้น คาสึยะซึ่งตอนแรกดีใจมากที่รู้ว่าแว่นจะกลับมาแล้วจะมาอยู่ที่บ้านด้วยกัน ก็เลยสงสัยไปหาแว่นที่แมนชั่นแล้วถามเหตุผล.....

แว่น = คัทสึยะ ไม่แว่น = คาสึยะ (ฉุดไม่อยู่แล้วสินะหล่อน)

คัทสึยะเชิญคาสึยะเข้ามาในห้อง ก่อนจะบอกให้ไปนั่งรอที่โซฟาซึ่งมีอยู่เพียงตัวเดียวขณะเดินไปที่เคาน์เตอร์ครัว

"นายเอากาแฟมั้ย ?"
"อ๊ะ....อื้อ ขอบคุณ"

คาสึยะมองแผ่นหลังที่ดูห่างเหินกว่าในอดีตเหลือเกินแบบไม่รู้จะทำยังไงดี ทั้งที่มาหาคัทสึยะถึงที่แล้ว แต่พอเห็นหน้าของเขากลับพูดคำถามที่คิดไว้ในหัวไม่ออก

"แล้วมีธุระอะไรล่ะ ?"

คัทสึยะถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพลางวางถ้วยกาแฟลงตรงหน้าคาสึยะ หลังจากนั้นก็ลงไปนั่งข้างๆ ลูกพี่ลูกน้องซึ่งเอ่ยขอบคุณด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน

"โทษนะ พอดียังจัดของไม่เสร็จ ตอนนี้เลยมีที่นั่งแค่นี้ ถึงไม่ชอบก็ทนไปก่อนแล้วกัน"
"ไม่ใช่อย่างนั้น !! .....อ่ะ คือ ไม่หรอก ฉันก็มาหานายกะทันหันด้วย แค่มีเรื่อง...อยากถาม...."

คัทสึยะยิ้มกริ่มในใจกับคำตอบซึ่งเป็นไปตามที่คาดไว้ ขณะคิดว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้ไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเลย ทำทุกอย่างตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เขารู้ดีว่าต้องทำยังไงถึงจะทำให้คาสึยะทำอย่างที่คาดหวัง และแน่นอนว่าการกระทำในคราวนี้ของคาสึยะก็อยู่ในแผนการณ์ของเขามาตั้งแต่แรกแล้ว

"เรื่องอะไรล่ะ ? ช่วยรีบหน่อยแล้วกัน อย่างที่เห็นนะว่าฉันกำลังยุ่ง"

ถ้าพูดแบบนี้ออกไปคาสึยะจะต้อง....

"....ขอโทษ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาเกะกะนายเลย ! ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมนายถึงมาอยู่คนเดียวแทนที่จะไปอยู่บ้านฉัน ฉันนึกว่า....เราจะได้อยู่ด้วยกัน.....เหมือนเมื่อก่อน......"

เสียงของคาสึยะแผ่วเบาลงเรื่อยๆ จนแทบกลายเป็นเสียงพึมพำ ปกติแล้วลูกพี่ลูกน้องคนนี้เป็นแบบนี้เสมอ ทั้งที่มีทุกอย่างเหมือนกันกับเขา แต่กลับไม่มั่นใจในตัวเอง จะพูดหรือทำอะไรก็กล้าๆ กลัวๆ อยู่เสมอ ทั้งอย่างนั้น เฉพาะเวลาที่อยู่กับตัวเขาเท่านั้น ที่คาสึยะจะพูดทุกอย่างแบบไม่เกรงใจ แม้แต่ตอนนี้เอง ถึงแม้ว่าเสียงจะเบาลงเรื่อยๆ แต่สายตาของคาสึยะกลับจับจ้องมาที่เขา การกระทำเช่นนี้ทำให้คัทสึยะรู้สึกรื่นรมย์ยิ่งกว่าสิ่งใด

"ที่กลับมาครั้งนี้ เพราะฉันมีเป้าหมายอยู่ ถ้าอยู่บ้านนายฉันคงไม่ได้สิ่งที่อยากได้มา"
"เอ๋ ของที่อยากได้....เหรอ ? แต่ทำไมอยู่ที่บ้านฉันแล้วถึงจะไม่ได้มาล่ะ หรือว่า.....ฉันไม่สามารถช่วยอะไรนายได้เลยงั้นเหรอ ?"
"นายจะช่วยฉันงั้นสิ ? อย่าพูดก่อนคิดจะดีกว่านะ"
"ฉันต้องช่วยนายอยู่แล้วสิ ! ...ถ้า....เป็นเรื่องที่...ฉันทำได้นะ ?"

ในที่สุด เหยื่อก็ติดกับ ชั่วพริบตาที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในสมอง คัทสึยะก็กลั้นเสียงหัวเราะด้วยความยินดีเอาไว้ไม่อยู่

"หึหึหึหึ"
"คัทสึยะ?"
"นายนี่ ไม่เคยหักหลังความคาดหวังของฉันเลยจริงๆ นะ"
"เอ๊ะ ?"

คัทสึยะเอ่ยพลางจับแขนข้างหนึ่งของคาสึยะไว้ ส่วนมืออีกข้างก็เชยคางนั้นขึ้น ก่อนจะจ้องมองใบหน้างุนงงของอีกฝ่ายด้วยสายตาแหลมคมเหมือนจะบอกว่าไม่มีวันให้ขัดขืนได้
เมื่อสบกับแววตานั้น คาสึยะก็รู้สึกได้ว่าตัวเองไม่อาจขยับเขยื้อนตัวได้ราวกับโดนตรึงเอาไว้ รู้สึกได้ว่าแววตาที่กำลังจ้องมองมาไม่อนุญาตให้เขาเบือนหน้าหนีโดยเด็ดขาด ใบหน้าที่มีโครงสร้างเช่นเดียวกับตนเองแต่กลับดูคมเข้มอย่างน่าประหลาดต่างจากเขากำลังใกล้เข้ามาทุกที จนกระทั่งภาพที่เห็นมีเพียงใบหูและเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของอีกฝ่ายเท่านั้น

เสียงหัวเราะเบาๆ อย่างพึงพอใจที่ดังขึ้นข้างหูชวนให้รู้สึกจั๊กกะจี้และเสียววาบไปหมดทั้งตัว

"แล้วอย่าคืนคำล่ะ"

พูดเสร็จ คัทสึยะก็แนบริมฝีปากลงบนซอกคอขาวนั้น

"เอ๋ ? อึ๊ !!"

กว่าคาสึยะจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ความเจ็บแปลบก็แล่นผ่านซอกคอไป ก่อนจะรู้สึกได้ถึงสัมผัสอ่อนนุ่ม ที่เปียกชื้นและอุ่นๆ อย่างบอกไม่ถูก....

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก แล้วเอาไปแต่งต่อด้วยนะค้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โกโกโก !! (เฮ้ย ตัดตอนแบบนี้แล้วเค้าจะเอาไปแต่งต่อยังไงเนี่ย) ท่าทางจะเป็นตอบเมนท์ที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์เพราะรวมความบ้าคลั่งของเราเข้าไปด้วยอย่าเพิ่งปาสากใส่เค้านะคะ ว่าเขียนอะไรไร้สาระ ที่จริงยังมีไอเดียกระฉูดอีกหลาย แต่ถ้าเขียนไปมันอาจจะยาวเป็นเอนทรี่ เพราะฉะนั้นพอแค่นี้ก่อนล่ะค่ะ

ตอบคุณ  เป็ดเน่า!!

เต็มที่ค่ะงานนี้ ถึงข้างบนจะมีอะไรเพ้อนิดเพ้อหน่อย ก็ไม่ต้องสนใจก็ได้นะคะ ดีใจจังเลยค่ะที่มีแนวร่วมแล้ว ในเมืองไทยหาแนวร่วมคู่นี้ยากเหลือเกิน

เราไม่ถนัดเกมแอ็คชั่นค่ะ แทบไม่ได้เล่นเลย จะว่าไปที่เล่นซีรี่ย์สเทลส์ได้เนี่ยก็นับว่าปาฏิหาริย์มาก

ลัคกี้ด็อคคราวนี้ก็ยาวเหมือนเดิมค่ะ ไม่ต้องห่วง อ่านกันตาแฉะไปข้าง !!

ตอบคุณ  ๐~*yoshi*~๐

เพื่อนเก่าคาสึยะคือ "คิชิโอะ ไดสุเกะ" ล่ะค่ะ ตอนแรกพอเห็นใช้นักพากษ์หรูขนาดนี้ ก็นึกว่า โห มันจะมาอาละวาดขนาดไหนฟระ ที่ไหนได้ มาเป็นตัวรองบ่อนไว้ให้คาสึยะเอาคืนชัดๆ นี่หว่า มาทำเป็นกรอกหูว่าคาสึยะยังยึดติดกับเรื่องของตัวเอง แต่ความจริงแล้วตัวเองนั่นแหละยึดติดกับคาสึยะจนไม่พัฒนาไปจากเมื่อก่อนเล้ย

สกิลห้าห่วงของแว่นยังมีอีกเยอะค่ะ จะว่าไปหลังๆ นี่เกือบทนดูไม่ได้น่ะค่ะ สงสารมิโด้พอมีฉากก็สคิปโลด แต่พอสคิปแล้วมันจะพลาดของดีอย่างพวกที่บรรยายความรู้สึกแว่นเลยต้องโหลดเล่นใหม่.....(มาโซรึเปล่าเนี่ยตรู หรือซาดิสต์?)

แล้วคราวนี้ก็มาอ่านลัคกี้ด็อกกันนะค้า

ตอบคุณ  Rosaria [It's my WAY]

ฮ่าๆๆๆ ยิ้มชั่วร้ายเพราะอะไรเหรอคะ เพราะเหตุผลเดียวกับเรารึเปล่าเนี่ย เหอๆๆๆ แต่การรับรองเนี่ย อูย ถึงใจเลยเหรอคะ ถ้าแพลมไปก่อนเดี๋ยวฝ่ายนั้นก็ไหวตัวทันสิคะ (เฮ้ย)

คู่มิโด้กับคาสึยะเนี่ย ถ้าจะพูดถึงเรื่งที่หนักใจที่สุดก็คือไอ้ช่วงที่เจ้าพวกนี้มันเอาคืนกันไปเอาคืนกันมานี่แหละค่า (รวมทั้งสองเวอร์) อ่านแล้วปวดตับสงสารเคะ ยิ่งลูทคาสึยะเนี่ย แทบจะโดดเตะมิโด้ว่านายทำไรคาสึยะยะ !!

ลัคกี้ด็อกนี่ คาดว่าเป็นเกมที่จะทำรีวิวของทุกตัวสูงค่ะ ก็มันน่ารักทุกคนเลยนี่นากรี๊ด โดยเฉพาะกลุ่มความรักฝังอกเนี่ย ยิ่ง อุฮิๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ (หัวเราะน่าเกลียดมากหล่อน)

ตอบคุณ darkmachan

โอ้โห......อ่านแล้วชักอยากเล่นแบดเอนด์ขึ้นมามั่งเลยค่ะ (เฮ้ย ตื่นๆ) คู่ที่จะปะทะคารมกันหนุกหนานก็มีสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า มิโด้ คาสึยะ ฮอนดะนี่แหละค่ะ เพราะมีแค่สองคนนี้ที่ปะทะคารมกับแว่นได้ ถึงทางฮอนดะจะแพ้เร็วไปหน่อยก็เถอะ แต่เรื่องอยู่ข้างบนนี่เฮียแกไม่ยอมแพ้เลยจริงๆ แต่ถึงจะเป็นกับคาสึยะ ฮอนดะก็ยังคงเสียเปรียบอยู่ดีล่ะค่ะ หลายๆ อย่างเลย ตอนเล่นภาค R เนี่ย ที่จริงทั้งที่กำลังเล่นฮอนดะคาสึยะ แต่ทำไม๊ เราดันไปโมเอ้มิโด้คาสึยะได้ไงไม่รู้ ก็หัวหน้าฝ่ายเล่นเทคแคร์กันขนาดนี้ จะไม่ให้โมเอ้ไหวได้ยังไงล่ะคะ

เอ จะว่าคนไหนก็เป็นตัวจริงก็ได้มั้งคะ เพราะคาสึยะเองก็เป็นบุคลิกที่เกิดขึ้นมาหลังจากคิดว่าจะเปลี่ยนตัวเองนี่นา

ตอบคุณ wanako_chan

ฮารุกะสี่ตอนได้มาเราก็จีบรวดเดียว 8 คนพร้อมตอนจบปกติเลยล่ะค่ะ รายละเอียดอื่นๆ ไปเมนท์ไว้ในบลอคคุณวานาโกะเรียบร้อยแล้ว.....

ลูคิโน่จับกดแบบเอโร่ยเฮนไตโอยาจิค่ะ หามีความเอสเอ็มไม่ เอสเอ็มต้องนี่เลยจูลิโอ้ครั้งแรก ไม่เอสอย่างเดียว เอ็มด้วยในคนเดียวกัน แถมยังชวนหนาวสันหลังวาบอีกต่างหาก แล้วนี่แผ่นสตีลของวานาโกะซังถึงรึยังคะ ? เราก็ไปฟังเสียงคุณมิอุระมาแล้วค่ะ ทำเอาหน้าร้อนฉ่าเลยทีเดียว เหมือนกำลังโดนลวนลาม กร๊าก

เรื่อง 12 อาณาจักรได้ยินมาเหมือนกันค่ะเรื่องลิขสิทธิ์ แต่เพราะจัดการเรื่องนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราเลยสามารถแปลเล่ม 5 ได้ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวมันก็คงออกมารวดเดียวล่ะมั้งคะ รวดเดียวนะ....

ตอบคุณ ✖::キララ†h`13::✖

มาต่อค่ามาต่อ แต่มาต่อเรื่องก่อนนะคะ ลัคกี้ด็อกก็สนุกนะคะ ลองอ่านดู


...............................................................................................................................................

 

เย้เย มาสครีมลัคกี้ด็อกกันเถอะ เนื่องจากเป็นเกมโดจิน ต่อให้คุณภาพคับแก้วเลยบริษัทแค่ไหนก็เถอะ เราขอไม่ลงภาพนะคะ ตอนโนตอนลงไปแล้วก็แล้วกันเถอะ เอิ้ก

จูลิโอ้เป็นมายสวีทฮันนี่ที่แสนจะน่ารัก น่าเอ็นดู น่าจับกด แต่ก็มีความร้ายและโรคจิตแฝงอยู่ในตัว นิสัยตอนอยู่กับแจนออกเค๊เคะ ลูกหมาน้อยน่าลูบหัว แต่เอาเข้าจริงกลับเป็นเมะ ALL IN ONE แบบนี้เจ๊ชอบค่ะ แถมยังมีไม้เด็ดตรงที่ "เป็นพวกความรักฝังอก สะสมเก็บไว้มานานปี" อีกต่างหาก อ๊าย

นักฆ่าอัจฉริยะที่ตอนปกติออกจะเรียบร้อยว่าง่าย ไม่มีปากไม่มีเสียง แต่ความจริงแล้ว เขาแค่ไม่มีความสนใจในตัวคนอื่น ยกเว้นกับแจนเท่านั้นเอง

จูลิโอ้จะตรงกันข้ามกับอีวานเลย ตั้งแต่เป็นคุณชายของตระกูลบอนโดเน่ที่มีสายเลือดอิตาลีเข้มข้น เคารพเทิดทูนเชื่อฟังแจนมาตั้งแต่แรกแบบไม่มีการต่อต้าน ซ้ำยังคอยปรนิบัติรับใช้ขนาดถวายตัวให้ (ถวายของจริงมิมีล้อเล่น) ไม่มีสนใจเรื่องของชาวบ้านเลยสักกะติ๊ด แต่พอเป็นเรื่องแจนล่ะจะกระตือรือร้นเปลี่ยนเป็นคนละคน อ่อ รวมทั้งเวลาที่จะฆ่าใคร เวลาเจอศพ เวลาแยกศพ กับเวลาเข้าไปนอนในถุงใส่ศพ.......เฮ้อ อีหนู.....

คนที่เห็นประโยคท้ายๆ ไม่ต้องตกใจหรือสงสัย เพราะจูลิโอ้เป็นผู้บริหารที่มีหน้าที่หลักคือการฆ่า ลอบสังหาร กำจัดศัตรูของแก๊งค์ (ไม่ได้เป็นการแก้ต่างเล้ย) ตอนโดนจับนี่ก็โดนจับด้วยข้อหาฆาตกรรม (อีวานโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย) หลังจากโดนยัดเข้าซังเตมานี่ก็มีแผนจะโดนย้ายไปเรือนจำสำหรับนักโทษอุกฉกรรจ์เพื่อรอวันประหารอีกต่างหาก เพราะงั้นพวกแจนเลยต้องรีบหนีภายในเวลาจำกัดจำเขี่ยก่อนที่จูลิโอ้จะโดนย้ายคุก

ที่จริงแล้ว ที่พวกผู้บริหารโดนจับรวดเดียวสี่คนก็เพราะมีหนอนบ่อนไส้อยู่แก๊งค์ ซึ่งพอกลับไปถึงเมืองดีบันซึ่งเป็นฐานหลักของแก๊งค์แล้ว แต่ละคนก็จะเริ่มทำความสะอาดแก๊งค์กันยกใหญ่

จะว่าไปเรื่องเสียงเนี่ย ตอนแรกนึกว่าผู้หญิงพากษ์ซะอีก แต่ไม่ใช่ค่ะ ผู้ชายค่ะ และเป็นคนพากษ์ฮิบิคิในโนตอนมาก่อนด้วย อ๊ากกก เอาเสียงแบบตอนฮิบิคิดีกว่าค่า แต่แบบนี้ก็น่ารัก แค่ได้ยินก็รู้สึกว่าน่ารัก อ๊า น่ารักจนอยากจะเข้าไปกอดแล้วลูบหัวๆ (ใจเย็นเจ๊)

ตอนที่รีวิวอีวานเราทำเป็นภาคๆ ภาคแหกคุก ภาคหลบหนี แล้วก็ภาคดีบัน แต่คราวนี้เราจะเพิ่มออพชั่นวันเข้าไปด้วยค่ะ เพื่อจูลิโอ้ เราสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว !! (ยุติธรรมตามความรู้สึกของตัวเองจริงๆ หล่อน)

 

ภาคแหกคุก prologue

ขณะนี้กำลังเปิดเล่นตั้งแต่แรกอย่างสบายอารมณ์....แต่กว่าจะเจอจูลิโอ้มีแววว่าจะเสียเลือดไปมิใช่น้อย ตั้งแต่อีวานที่ถึงจะบ้าแต่ก็น่ารัก เบอร์นาโด้ที่โผล่มาก็โมเอ้ชวนกระอักเลือด เปิดเกมมาหมอนี่ก็ภาษีดีกว่าชาวบ้านเค้าแล้ว... แถมลูคิโน่ก็เท่ซะเสียงคุณมิกิแค่ได้ยินก็จะละล๊ายละลาย......แต่ว่านะ แล้วเมื่อไหร่จะได้เจอจูลิโอ้ล่ะเฟ้ย จูลิโอ้ยังมาไม่ถึงอีกเร้ออออออออออออออ

แล้วทีนี้เราจะได้รู้ว่า แจนเคยเจอจูลิโอ้แค่ครั้งเดียวที่คฤหาสน์ของบอส ประมาณว่าเดินสวนกันเคยได้เห็นหน้ารึเปล่ายังจำไม่ได้เลย เพราะงานที่ทำก็คนละประเภทกันเลยด้วย

จูลิโอ้อายุไม่ต่างกับแจน และสร้างชื่อด้วยการลอบสังหารและบุกโจมตีจนได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นผู้บริหารเมื่อหลายปีก่อน เป็นสมาชิกด้านกำลังรบล้วนๆ ถึงจะเคยได้ยินข่าวลือ แต่ก็ไม่เคยได้พบปะหรือพูดคุยกันเลย 

แจนจะเจอกับจูลิโอ้ในวันต่อมาที่สถานออกกำลังในเรือนจำ เพราะเบอร์นาโด้เรียกทุกคนมาคุยด้วยเรื่องสำคัญ ตอนนั้นจูลิโอ้ยืนอยู่ข้างๆ ลูคิโน่ แจนเห็นแล้วก็จะคิดว่าหน้าตาท่าทางเรียบร้อยจังแฮะ ได้ยินว่าเป็นคนที่เชี่ยวชาญการฆ่า แต่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นเลย

พอจูลิโอ้เห็นแจนก็ทักทายก่อนเลย ทำเอาแจนตกใจว่าหมอนี่เป็นผู้บริหารแท้ๆ แต่ผิดกับอีวานจมเลย แล้วเบอร์นาโด้ก็จะแนะนำแจนกับจูลิโอ้

จูลิโอ้ - .......จูลิโอ้ ดี บอนโดเน่ครับ เอ่อ จะให้เรียกคุณว่ายังไงดี ?

เพราะอีกฝ่ายยื่นมือมา แจนเลยต้องรีบจับตอบ

แจน - ฝากตัวด้วย เรียกฉันว่าแจนก็ได้
จูลิโอ้ - .....ครับ คุณแจน
แจน - เอ่อ ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้.......

ความประทับใจแรก โดนศรปักอกเข้าไปหนึ่งดอกค่ะ นะนะนะน่ารัก.......เค้าชอบคนสุภาพค่ะ จูลิโอ้จะแสดงท่าทีสุภาพนอบน้อมกับแจนตั้งแต่แรกเลย ถึงตอนแรกจะยังดูเฉยๆ คูลๆ เหมือนสุภาพเป็นปกติอยู่แล้วก็เถอะ

แจนก็จะงงว่าเรียกตูมาทำไมเนี่ย คงไม่ได้เรียกมาเพื่อแนะนำตัวกับจูลิโอ้หรอกนะ แล้วตอนนั้นเองที่ลูคิโน่จะบอกเบอร์นาโด้ให้อธิบายให้แจนฟัง เบอร์นาโด้เลยยื่นจดหมายให้แจนอ่าน เป็นจดหมายจากบอสส่งถึงแจนโดยตรง จูลิโอ้ก็บอกว่าลองเปิดดูเถอะ พวกเขารู้เนื้อหาในจดหมายนั่นจากจดหมายฉบับอื่นแล้ว เนื้อหาในจดหมายคือ

ตาคาวารี่ที่เป็นเบอร์หนึ่งของบรรดาพวกผู้บริหาร ยกตำแหน่งให้แจนแล้ว จึงยอมรับแจนให้ขึ้นมาเป็นผู้บริหาร และของสั่งให้แจนที่ยังอยู่ในคุก พาพวกที่โดนจับมาแหกคุกออกมาให้หมด และในตอนที่แจนทำสำเร็จ บอสอเล็กซานโดรก็ตั้งใจจะยกตำแหน่งบอสคนต่อไปให้แจน

แจนเงยหน้าขึ้นไปมองรอบแบบตกใจ แต่ไม่มีใครหัวเราะเลย แจนพูดถึงเนื้อหาในจดหมายแบบล้อเล่น แต่ก็ไม่มีใครหัวเราะอยู่ดี แล้วจูลิโอ้ก็พูดขึ้นว่าเนื้อหาตรงกับในจดหมายที่พวกเขาผู้บริหารได้รับ เลยกลับไปอ่านจดหมายอีกรอบแล้วเห็นลายเซ็นของบอสกับท่านตาคาวารี่และกรรมการบริหารอีกหลายคน

พวกผู้บริหารหลัก เวลาจะเกษียณตัวเองจะมีธรรมเนียมเลือกผู้สืบทอดจากบรรดาลูกน้องของตัวเอง แจนที่เหมือนอยู่ในกองตระเวณโจมตีของแก๊งค์ ได้รับการเอาใจใส่จากท่านตาคาวารี่เป็นพิเศษ และก็อาจจะ....เป็นลูกน้องของลูกน้องของเขา

เรื่องนี่ทำให้แจนตื่นตกใจมาก เพราะการยกตำแหน่งบอสให้ใครสักคนสืบทอด จำเป็นต้องได้รับการเห็นชอบจากผู้บริหารหลัก กรรมการบรหาร พวกที่ปรึกษาอาวุโส และต่างๆ นานา แต่นี่เล่นเขียนจดหมายส่งมาเลยซะงั้น ว่าถ้าทำได้จะให้เป็นบอสคนต่อไป

อีวาน - อย่าพูดมากน่า ก่อนอื่น ในตอนนี้พวกเราจะทำตามคำสั่งของบอสไปก่อน ......ถึงจะไม่อยากก็เถอะ
เบอร์นาโด้ - คำสั่งของบอสถือเป็นเด็ดขาด ถ้าหากนั่นเป็นคำสั่งที่ดูท่าทางว่าจะทำลายองค์กร พวกเราก็จะใช้สิทธิ์ในการปฏิเสธอยู่หรอก แต่ว่าในตอนนี้เราไม่เห็นว่าเป็นแบบนั้น
ลูคิโน่ - ช่วงที่อยู่ในนี้ แผนที่กำลังอำนาจของดีบันก็จะถูกเขียนใหม่ไปเรื่อยๆ การแหกคุกเป็นแผนที่สมเหตุสมผลทีเดียว ต้องรีบกลับไปที่เมืองเพื่อฟื้นฟูอำนาจให้เร็วที่สุด
จูลิโอ้ - ผมแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นครับ และคุณก็คือ บอสคนต่อไป ครับ

ถ้าเกิดพูดขัดจูลิโอ้ไปว่า ยังไม่ได้เป็นบอสนะหลาน เค้าจะโดนมีดขว้างใส่มั้ยคะเนี่ย.....อะไรจะใจเร็วด่วนได้ขนาดนั้น

แจนจะสับสนว่า กับเรื่องที่มันไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแบบนี้ทำไมพวกนายถึงความเห็นตรงกันจังเนี่ย เรื่องโชคดีขนาดนี้หล่นลงมาใส่ตัวก็จริง แต่แจนก็ไม่กล้ารับมันในทันที ถ้าพวกนายโอเค ก็โอเคเรอะ ? มันเป็นโอกาสที่น่าเสียดายมาก ถ้าเกิดจะปฏิเสธ เพราะว่าเขาอาจจะได้เป็นบอสของ CR:5 ก็ได้

แล้วตอนนั้นเองที่ลูคิโน่บอกว่าเลิกคุยเรื่องเสียเวลาเปล่าแล้วมาต่อกัน เบอร์นาโด้ก็พูดว่าแจนได้เลื่อนเป็นผู้บริหารแล้ว ทั้งบอส ทั้งที่ปรึกษา ทั้งพวกเขาก็ยอมรับเรื่องนั้นแล้ว ส่วนจูลิโอ้ก็เอ่ยแสดงความยินดี ทุกอย่างมันง่าย ราบรื่นไปหมดจนแจนไม่รู้สึกเลยว่าเขาได้เป็นผู้บริหารหลักแล้ว

สุดท้าย เจ้าอีวานก็ไม่ลืมถล่มใส่ว่า นายเป็นทีหลังสุด ตำแหน่งต่ำสุดนะเฟ้ย ห้ามลืมนะเว้ย ลูคิโน่ก็มาต่อว่า จนกว่าบอสจะยกตำแหน่งให้อย่างเป็นทางการ แจนก็เป็นผู้บริหารที่ตำแหน่งต่ำสุด สำนึกเอาไว้ด้วยล่ะ

แจนคิดว่าถึงจะต่ำสุด แต่การที่ไม่ต้องเรียกผู้บริหารว่า "ท่านอา" เหมือนสมาชิกคนอื่นๆ อีกแล้ว ก็เป็นเรื่องน่าดีใจกว่าที่คิด

หลังจากนั้นก็จะคุยกันถึงเรื่องแหกคุกว่าจะทำยังไงดี มีแผนอะไรหรือเปล่า แจนบอกว่าถ้าเป็นคำสั่งก็ต้องทำเท่านั้น แถมถ้าสำเร็จจะได้เป็นบอสซะด้วย วางใจได้เลย เพราะฉันได้ชื่อว่าเป็นพวกดวงดีมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว อีวานก็พูดว่าถ้าพลาดก็เจ๊งบ๊งกันหมด ถ้าไม่อยากตายก็แสดงความโชคดีที่ได้ยินจากข่าวลือให้ดูหน่อยเถอะ เจ้าหมาน้อย

จูลิโอ้ - ผมเชื่อนะครับ ว่าคุณไม่ใช่สุนัขธรรมดา----...."Lucky Dog"

ก่อนตัดเข้าไตเติ้ล อ๊ายยยยยยยยยยยยย จงใจแปลของจูลิโอ้ให้ดูสุภาพกว่าคนอื่น แต่การให้จูลิโอ้ ปิดท้ายนี่มันแจ่มจริงๆ ค่ะ ที่ทำแบบนี้เพราะจูลิโอ้ก็เป็น "Mad Dog" รึเปล่าคะเนี่ย คนที่คิดว่ามันละเอียดแปลกๆ ก็ไม่ต้องแปลกใจค่ะ มันเป็นเรื่องธรรมดาของโลก ที่พอเป็นของคนที่ชอบมากแล้ว มันก็อยากจะทำละเอียดๆ ขึ้นมา (ฟังไม่ขึ้นเลยแก) แต่ไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยคะ ว่าจูลิโอ้เห็นว่าแจนเป็นบอสไปเรียบร้อยแล้ว.....ใจเร็วจริงๆ อีหนู

คิดซะว่าเจ้า prologue นี่คืออีเวนท์การพบพานของแจนกับจูลิโอ้ก็ได้นะคะ โฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆ <<< ไม่ต้องหัวเราะกลบเกลื่อนเลยหล่อน

 

ภาคแหกคุก 2nd Day

เนื่อจากเราจะเริ่มไปหาจูลิโอ้ในวันที่สองเลยเริ่มตั้งแต่วันที่สองนะคะ และเนื่องจากเริ่มต้นมาผู้คุมเกย์ก็มาคุยเรื่องชวนเซ็นเซอร์ซะงั้น จึงขอตัดไปเจอจูลิโอ้เลยดีกว่า ละเอียดไม่ไหวฮ่ะ

แจนเรียกจูลิโอ้มาที่สนามออกกำลังกาย แล้วขอให้คนรู้จักช่วยไล่คนออกไปให้หมด ทีนี้จะได้คุยกันตามลำพังสักแป๊บนึง ......และเพราะเพิ่งเคยคุยกับจูลิโอ้สองต่อสอง แจนเลยรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย

ใครที่อ่านประโยค ↑ นี้แล้วเกิดอาการจิ้นได้ ข้าเจ้าให้สิบคะแนนเป็นแต้มสะสมเพื่อรับของสมนาคุณพิเศษ (เฮ้ย)

จูลิโอ้ ดี บอนโดเน่ อายุ 24 ห่างกับเราปีนึง ในบรรดาชาวอิตาลีอพยพในดีบัน บอนโดเน่เป็นสายตระกูลที่มีอำนาจมากทีเดียว 
ปู่ของจูลิโอ้ทำการค้าขายอย่างกว้างขวางและยังเป็นกรรมการบริหารของ CR:5 อีกด้วย เหมือนเคยเห็นแว่บนึงตอนที่ยังถือกระเป๋าให้ท่านตาคาวารี่ ได้ยินว่าทั้งที่เป็นพวกเศรษฐีแบบนั้นแท้ๆ แต่จูลิโอ้กลับก้าวเท้าเข้ามาทางนี้....ในเส้นทางสังคมเบื้องหลังทันที โดยไม่ออกไปเดินบนถนนของเบื้องหน้าเลย 
และในตอนนี้ก็เป็นนักรบอันดับหนึ่งใน CR:5 ที่รับจ้างลอบสังหารกับบุกโจมตี ได้ยินว่าเมื่อสองปีก่อนจูลิโอ้ได้เลื่อนขึ้นเป็นผู้บริหารเพราะผลงานนั้น
มีชื่อเสียงไปทั่วในชื่อ "จูลิโอ้ผู้ใช้มีด" แล้วก็เคยได้ยินว่ามี "หมาคลั่งจูลิโอ้" ไม่ค่อยอยากให้เหมารวมเป็นพรรคพวกหมากับฉันเท่าไหร่แฮะ

จูลิโอ้ - ......คุณแจน ?
แจน - เหวอ !

ตกใจหมดเลย จู่ๆ ก็ดันโผล่มาตอนที่กำลังคิดโน่นนี่อยู่

จูลิโอ้ - เป็น....อะไรหรือครับ
แจน - เปล่า ไม่เป็นไร
จูลิโอ้ - ขอโทษที่ให้คอยนะครับ

ท่าทางก็ออกจะเรียบร้อยแบบนี้ แต่ได้ข่าวว่าฟันพวกนักฆ่าที่ "Grave Digger" ส่งมาจนเรียบเลยสินะ หมอนี่...... "Grave Digger" ก็คือแก๊งค์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปนี้ เรียกย่อๆ ว่า GD ถ้าดูจากภาพรวมขอทั้งทวีปแล้วก็เป็นองค์กรที่มีอำนาจมาก แต่ดีบันเป็นเมืองท่าที่มีผู้อพยพเป็นศูนย์กลางเลยมีความเถื่อนอยู่ในสันดาน  CR:5 ได้คอยขับไล่พวก GD ออกจากดีบันตลอดเรื่อยมา และได้ยินมาว่าในช่วง 5 ปีมานี้พวกที่คอยรับหน้าที่ทำการรบจริงๆ นั้นคือจูลิโอ้กับพวกลูกน้อง เจ้าหมอนี่มือเปื้อนเลือดที่สุดในบรรดาพวกเรา......

จูลิโอ้ - สวัสดีครับ คุณแจน จะคุยเรื่องอะไรหรือครับ

......รู้สึกใจไม่สงบยังไงชอบกล มันคาใจวิธีพูดของหมอนี่ ยังกับรู้จักเราเลย

แจน - นายน่ะ เคยเจอกับฉันที่ไหนมาก่อนงั้นเหรอ ?

จูลิโอ้พยักหน้าช้าๆ หลายครั้ง

แจน - จำได้ว่าเมื่อก่อนเคยสวนกันที่คฤหาน์ของบอส......

แต่บางทีคงไม่ใช่ตอนนั้นสินะ

จูลิโอ้ - เอ......ครั้งนึง บนถนน........

บนถนน ?

จูลิโอ้ - เคยเดินสวนกับคุณครับ <<<ตอนพูดประโยคนี้จูลิโอ้ยิ้มด้วยค่ะ ไม่ไหวแล้ว พระเจ้า ! เขาน่ารักเกินไป
แจน - ......เหรอ จำไม่ได้เลยนะนั่น โทษที
จูลิโอ้ - ครับ ไม่เป็นไรหรอกครับ
แจน - ไม่ต้องพูดสุภาพขนาดนั้นก็ได้นะ ?
จูลิโอ้ - ไม่ชอบเหรอครับ ?
แจน - ก็ไม่ได้ไม่ชอบหรอก......

ไม่ได้ไม่ชอบ แต่มันรู้สึกแปลกๆ น่ะ แต่ถึงแคร์เรื่องนั้นไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ฉันเลยตัดสินใจรีบเข้าเรื่องทันที

แจน - เออ เกี่ยวกับการแหกคุกนะ ยังไงก็อยากให้ทำตามคำแนะนำของฉัน เพราะไม่รู้ว่าระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
จูลิโอ้ - ครับ
แจน - .......ไม่มีไม่พอใจบ้างเลยรึไง ? จู่ๆ ฉันก็เลื่อนขึ้นเป็นผู้บริหารหลัก แถมถ้าออกไปข้างนอกได้โดยปลอดภัยก็ได้เป็นบอสอีก อย่างกับเรื่องล้อเล่นเลยไม่ใช่เหรอ
จูลิโอ้ - ไม่ครับ ผมจะเชื่อฟังคุณแจน

สายตาของจูลิโอ้ดูไม่เหมือนกำลังโกหกอยู่เลย ......ทำไมถึงได้ว่าง่ายขนาดนี้ พอไม่เข้าใจเหตุผลแล้วก็รู้สึกแหยงๆ ยังไงชอบกล อื---ม

แจน - แล้วรายละเอียดของแผนการ....... ตอนนี้กำลังพิจารณาคร่าวๆ อยู่สองแผน ถ้าไม่ลองรวบรวมข้อมูลดูก่อนก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาไง
จูลิโอ้ - งั้นหรือครับ.....

มันยังไงกันนะ ปฏิกิริยานี่ จะว่าไม่สนใจเลยก็ไม่ใช่ เหมือนกำลังจับตามองที่ตัวเรามากกว่าเนื้อหาที่คุยเลยแฮะ..... ที่รู้สึกถึงความร้อนแรงจากสายตานี่เราคิดไปเองรึเปล่า ?

แจน - แต่....ถ้ารู้รายละเอียดข้อมูลภายในอะไรสักอย่างเช่นเวลาตรวจยามก็อยากให้บอกกันหน่อย หรือถ้ามีพวกอาวุธ ก็กำลังอยากได้อยู่
จูลิโอ้ - .......ไม่มีอะไรเลยครับ
แจน - นายเพิ่งมาถึงนี่นะ ฉันเองก็เพิ่งเจอตรวจห้องขังไป เลยไม่มีสต็อคเก็บอันที่น่าจะใช้ได้ไว้เลย.......
จูลิโอ้ - แล้วจะลองหาเวลา ไปหาดูนะครับ

จูลิโอ้เสนอเองก่อนจะขอร้องซะอีก

แจน - โอ๊ะ? โอ้ ช่วยหน่อยนะ

เพราะจะไล่คนออกไปนานมากไม่ได้ เลยตัดบทลงตรงนั้น

จูลิโอ้ก้มหัวน้อยๆ ก่อนจะเดินจากไป เจ้าจูลิโอ้ค่อนข้างให้ความร่วมมือดีเลยช่วยได้มาก แต่.....ที่รู้สึกติดใจอะไรบางอย่างนี่คิดไปเองรึเปล่านะ ?

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก อยากจะบอกแจนว่าไม่ได้คิดไปเอ๊งงงงงงงง อีหนูอุตส่าห์ส่งสัญญาณขนาดนี้แล้วทำไมถึงไม่รู้ตัวฟระ !? ไม่สิ รู้ตัวแต่ดันนึกว่าคิดไปเอง อ๊ากกกก ของแบบนี้มีคิดไปเองเรอะ ไม่ไหวค่ะ ตอนเล่นรอบแรกก็แค่คิดว่า โอ้โห โฮเฮ้ย มีแววเฟ้ยมีแวว อะไรน่ะ หรือรักแรกพบเมื่อนาานมาแล้ว แล้วก็ได้มามีโอกาสใกล้ชิดเอาตอนนี้เลยดีใจจนระงับไว้ไม่อยู่ (ก็นะ ก็ไม่ได้ผิดไปจากนั่นเท่าไหร่หรอก) แต่พอมาเล่นอีกรอบ ความรู้สึกมันผิดกันเลยค่ะ มันโมเอ้จนอยากกลิ้งไปไปกลิ้งมาสุดๆ ถ้าไม่ติดว่านี่มันโต๊ะทำงานล่ะก็นะ โอย ความรู้สึกอันเร่าร้อนของจูลิโอ้ส่งผ่านมันตั้งกะต้นเรื่องค่ะท่านผู้อ่านทั้งหลาย

จูลิโอ้ไม่ใช่พวกเข้าถึงเนื้อถึงตัว แต่จะส่งสัญญาณเลิฟๆ และชื่นชมว่าแจนเป็นคนที่สุดยอดอยู่เสมอ พอแจนยิ้มให้หรือสั่งอะไร บางทีเหมือนจะเห็นภาพลวงตา จูลิโอ้มีหูมีหางที่กำลังแกว่งปั่บๆๆๆๆ ก๊อด

หลังจากนี้แจนก็จะไปเจออีวาน แค่หมากะแมวกัดกัน น่ารักๆ ขำๆ อีวานงี่เง่าน่ารักเป็นบ้าเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ แจนดูเป็นพวกหลอกเด็กขึ้นมาทันที

 

ภาคแหกคุก 3rd Day

เอ มาต่อกันวันที่สาม โอกาสที่เอนทรี่นี้จะมีแต่ภาคแหกคุกสูงเกิน 99% แล้ว โทะโฮะๆๆๆ ด้อนท์มายด์ !!

เช้ามาเบอร์นาโด้ก็มาบอกข่าวช็อคว่า อาทิตย์หน้าจูลิโอ้จะโดนย้ายเรือนจำแล้ว งานนี้ต้องสู้ตายล่ะ เพราะไม่งั้นไม่ได้หนีออกจากเรือนจำนี่พร้อมกันหมดทุกคนแน่

หลังจากนี้เราก็จะเลือกเรียกจูลิโอ้มาคุยกัน แจนจะขอร้องให้นักโทษที่รู้จักกันไปเรียกจูลิโอ้ให้มาที่สนามออกกำลังกายที แล้วนั่งรอบนม้านั่ง และเพราะช่วงนี้ยุ่งๆ จนไม่มีเวลานอนกลางวัน แจนที่เกิดง่วงขึ้นมาเลยนอนรับแดดอุ่นๆ รอมันซะเลย

........

.................

.........................

แจน - ..................อื......ม.......

มีสัมผัสนุ่มนวลขยับอยู่แถวปาก ฉันเลยเปิดเปลือกตาที่แสนจะง่วงงุนขึ้น
......เอ๊ะ ?

แจน - นี่........จูลิโอ้?

ขนตาที่ยาวผิดคาดของจูลิโอ้ เคลื่อนไหวพั่บๆ หลายครั้ง

จูลิโอ้ - อ๊ะ......อรุณสวัสดิ์ครับ

ผ้าเช็ดหน้าที่กำลังแปะอยู่ตรงปากเรานี่คือ ? อ่ะ จูลิโอ้ขยับมือเหมือนจะเอาผ้าเช็ดหน้าถูเบาๆ

จูลิโอ้ - คุณ......น้ำลายไหล
แจน - ......อ๊ะ อ๋อ โทษที

หลังจากพูดแบบนั้น จูลิโอ้ก็ไม่ขยับตัวเลย เขาหยุดมือและก้มลงจ้องมองหน้าของฉันด้วยสีหน้าเหมือนเจอดอกไม้หายากยังไงยังงั้น

แจน - เอ่อ ช่วยถอยไปหน่อยได้รึเปล่า ?
จูลิโอ้ - .......ขอโทษครับ

จูลิโอ้ยัดผ้าเช็ดหน้าที่เช็ดน้ำลายของฉันลงกระเป๋าเสื้อแล้วถอยห่างจากม้านั่งหนึ่งก้าว ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นพลางมองจูลิโอ้ที่ดูท่าจะกำลังคอยอยู่ ......รู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูกแฮะ เหมือนกำลังโดนเทิดทูนบูชาอยู่เลย แต่คำว่า "เทิดทูนบูชา" ที่ตั้งใจนึกขึ้นมาเล่นๆ กลับเหมาะเหม็งกับสายตาของหมอนี่อย่างน่าแปลกจนรู้สึกทำตัวไม่ถูก

มันอะไรกันแน่น่ะ---- ฉันคายเศษหมากฝรั่งไร้รสชาติที่เหลืออยู่ด้านในแก้มออก
แล้วจูลิโอ้ที่ทำสายตากระวายกระวายก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดออกมาเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จูลิโอ้ - แผนการก้าวหน้าไปบ้างหรือเปล่าครับ ?

เพราะงั้น ถึงนึกขึ้นมาได้

แจน - ได้ข่าวว่านายจะโดนย้ายไปเรือนจำอื่นสินะ ?
จูลิโอ้ - .......ดูท่าจะใช่ครับ ได้ยินจากเบอร์นาโด้แล้ว ทนายของผมเองก็บอกว่ามีความเป็นไปได้ แต่ยังเป็นแค่ข่าวลือไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่
แจน - ถ้าจำไม่ผิด ข้อหาที่เจอคือฆาตกรรมสินะ ?
จูลิโอ้ - ครับ
แจน - ขอฟังรายละเอียดได้รึเปล่า

จูลิโอ้พยักหน้าอย่างว่าง่ายเหมือนเด็กๆ

จูลิโอ้ - ก็รับ.....การว่าจ้างลอบสังหารที่ส่งมายังองค์กร แล้วฆ่า........เป้าหมายเหมือนอย่างเคย แต่มีตำรวจบุกเข้ามาในที่เกิดเหตุ......

เจ้าหมอนี่พูดหน้าตาเฉยยังกับเป็นเรื่องของคนอื่นเลยน้า

แจน - กับดักล่ะสินะนั่น
จูลิโอ้ - บางที.....เพราะฉะนั้นลูกน้องประมาณสองคนเลยถูกส่งไปเรือนจำอื่น มอบหมายให้ทนายจัดการแล้ว แต่เพราะผมยังมีข้อหาอื่นอีกถึงได้มาที่นี่แค่คนเดียว

งี้นี่เอง ------ไม่ต้องคิดให้มากความ เจ้านี่ก็โทษหนักสุดในหมู่พวกเราอยู่แล้ว ดีไม่ดีชีวิตที่เหลือได้โดนคุมขังตลอดทั้งชีวิต ไม่สิ อาจจะโดนยิงเป้าก็ได้แล้วแต่ข้อหาอื่น.....

จูลิโอ้ - .......แต่ว่าการรักษาความปลอดภัยของที่นี่ หย่อนยาน.......
แจน - ก็นะที่นี่ ตลอดทั้งวันก็ค่อนข้างอยู่ได้อย่างอิสระ แต่ถึงกับหย่อนยานเลยเหรอ ?
จูลิโอ้ - ถ้าคิดจะฆ่า ก่อนผู้คุมจะวิ่งมาถึง ก็คงฆ่านักโทษคนอื่นได้เป็นสิบคนแล้วล่ะมั้งครับ?

.......พูดอะไรออกมาน่ะ เจ้าหมอนี่

แจน - อะ อะไร มีคนที่อยากฆ่าอยู่รึไง ?
จูลิโอ้ - ก็ไม่มีเป็นพิเศษ.......

หมอนี่ สงบเยือกเย็นหรือว่าแค่ความกระตือรือร้นต่ำ หรือเป็นอย่างอื่นกันแน่นะ.....
บทสนทนาที่ไม่มีอะไรสลักสำคัญดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แบบขาดๆ หายๆ  ก่อนที่ฉันจะหาช่องเหมาะๆ ตัดบท
จูลิโอ้ที่ก้มหัวน้อยๆ ก่อนจากไป ดูท่าทางเสียดายหน่อยๆ คิดไปเองหรือเปล่านะ

ต้องให้บอกอีกสักกี่รอบคะ ว่าไม่ได้คิดไปเอ๊งงงงงงงงง แต่ภาพตอนเช็ดน้ำลายเนี่ยสุดยอดมากค่ะ ไนซ์ค่ะ เคยมีหนุ่มคนไหนเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำลายให้ตัวเอกที่นอนน้ำลายไหลยืดบ้างม้าย (อย่างในเกมโอโตเมะนี่ไม่มีทางเด็ดขาดล่ะเหวย) อย่างมากก็แค่ยื่นให้ แต่นี่แบบว่า ถ้าเกิดแจนไม่ทักก็คงจ้องอยู่อย่างนั้นจนมืดเลยใช่มั้ยค่า กรี๊ดดดดดด /me เต้นระบำฮาวาย (กรุณาทำใจให้คนเขียนบ้าต่อไปอีกสักติ๊ด) เฮาเชื่อว่าจูลิโอ้ต้องเก็บผ้าเช็ดหน้าอันนั้นไว้เป็นสมบัติล้ำค่าแหงๆ ค่ะ (ใจเย็นเจ๊)

แล้วหลังจากนั้น ก่อนถึงเวลาปิดไฟ แจนจะเจอกับจูลิโอ้อีกครั้งโดยบังเอิญระหว่างทางไปห้องขังของตัวเอง

จูลิโอ้ - ......ราตรี สวัสดิ์ครับ คุณแจน

จูลิโอ้ก้มหัวให้เล็กน้อย แล้วกำลังจะเดินจากไปทั้งๆ อย่างนั้น แต่ฉันรีบเรียกเอาไว้

แจน - อ๊ะ เฮ้ นายอาจจะย้ายคุกงั้นเหรอ ?

ต้องยืนยันเรื่องที่ได้ยินเมื่อเช้าให้แน่ใจ

จูลิโอ้ - .......ดูเหมือนจะใช่ครับ แต่ไม่รู้ละเอียดนัก

จะว่าเงียบขรึมหรือว่าเรียบร้อยดี ถ้าพูดเยอะกว่านี้สักหน่อยก็คงดีนะ หมอนี่ แต่ถ้าหนวกหูขนาดอีวานก็ลำบากอยู่

แจน - ......หืม ?

นิ้วของจูลิโอ้ขยับอยู่ตลอดเวลา เป็นการเคลื่อนไหวเหมือนกำลังถืออะไรเล่นอยู่ในมือ แต่ที่นั่นก็มีแต่อากาศ

แจน - ทำอะไรน่ะ ? มือนั่น
จูลิโอ้ - ......อ๊ะ......ขอโทษครับ มันติดนิสัย ตอนถือมีด

จูลิโอ้ยื่นมือออกมาข้างหน้าเอว พอเขาทำแบบนั้นก็รู้ได้ ว่าเป็นการเคลื่อนไหวควบคุมเปิดปิดมีดบัตเตอร์ฟลายตามใจชอบ

แจน - ......โอ๊ะ

เพราะกำลังยืนคุยกันอยู่ เลยโดนคนไม่รู้จักชนเข้า โอ้ว ตอนเดินไปมีการมาจ้องด้วยเว้ย น่าโมโหชิบ
.......อ๋อ เจ้าคนเมื่อกี๊....... เป็นจิ๋กโก๋ของ
  "Grave Digger"
ตอนนี้ GD กับ CR:5 ที่อยู่ในคุกน่าจะอยู่ในสภาพสงบศึกที่จะไม่ก่อเรื่องทะเลาะกันอย่างเปล่าประโยชน์........แต่อาจจะกำลังเริ่มได้รับอิทธิพลจากภายนอกแล้วก็ได้แฮะ เค้าลางของการเปลี่ยนแปลง งั้นเหรอ

จูลิโอ้ - ......ขอตัวนะครับ

จูลิโอ้ถอยห่างออกแล้วหันหลังให้ฉัน การเคลื่อนไหวของมือนั้นหยุดลงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

แจน - แล้วเจอกันนะ จูลิโอ้

.......จะว่าไงดี รู้สึกเหมือนกำลังคุยอยู่กับหมาป่าเลยแฮะ ถ้าเรากลายเป็นบอส จะต้องใช้หมอนั่นที่เป็นผู้บริหารหลักในฐานะลูกน้องงั้นเหรอ...... เป็นเรื่องที่ยังไงก็ไม่น่าจะเป็นความจริงเลยแฮะ

แล้วแจนก็จะกลับไปนอนในคุกของตัวเอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ จะมีคนโดนหมาขย้ำไปหนึ่งราย....บรื๋อ

พอดูจากตรงนี้แล้วรู้สึกเหมือนมันจะมีการแบ่งเป็นเนื้อเรื่องหลักกับลูทเฉพาะของแต่ละคนเลยแฮะ เพราะเนื้อเรื่องมัน.....ตอนรอบแรกไม่สังเกตแฮะ แต่พอมาทำแบบนี้แล้วก็มาเห็นว่า อ้าว แบบนี้เนื้อเรื่องก็ซ้ำสิ ถ้าเกิดเป็นของคนอื่นก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พอเลือกเล่นลูทของจูลิโอ้แล้วมันรู้สึกทะแม่งๆ บอกไม่ถูก เพราะเมื่อกลางวันก็คุยกันไปแล้วนี่เนอะ ถึงจะบอกว่ายืนยันเรื่องเมื่อเช้าก็เถอะ แต่นั่นยังไงก็หมายถึงที่คุยกับเบอร์นาโด้แหงๆ

แต่ยังไงเรื่องนั้นก็ช่างมันก่อนเถอะ ยังไงคนที่มันชนกับแจนนี่ไม่รอดแน่ หมอรู้หมอเห็น (เพราะเล่นมารอบนึงก่อนแล้วด้วยล่ะนะ) ที่จริงนิสัยของจูลิโอ้จะมีความน่ารัก (เมื่ออยู่กับแจน) และนิสัยที่เพื่อนเฮาจะบรรยายว่า บิดเบี๊ยว บิดเบี้ยว (เมื่อไม่อยู่กับแจน หรือตอนแรกๆ ที่อยู่กับแจน) ตอนนี้เราจะเริ่มเห็นความรู้สึกอันแสนบริสุทธิ์ที่มีต่อแจนและความบิดเบี้ยวของจูลิโอ้ เพราะเคารพเทิดทูนและรักแจนแบบถวายตัวมาก จูลิโอ้เลยไม่มีทางยกโทษให้คนที่มาทำอะไรแจน แม้จะแค่ชนกันนิดเดียวก็เหอะ แถมหลังๆ ยังแพลมนิสัยทาสรับใช้ออกมาหน่อยๆ ซะด้วยสิ

 

ภาคแหกคุก 4th Day

ตอนเช้าแจนกับลูคิโน่และเบอร์นาโด้จะคุยกันในโรงอาหาร แล้วตอนที่แจนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างกับเบอร์นาโด้ จูลิโอ้ก็โผล่มาทักทายอยู่ข้างๆ แจนตอบกลับไปทันทีแต่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะได้ยินรึเปล่า

หลังจากนั้นก็เลือกไปเจอจูลิโอ้

แจน - อ๊ะ เจอแล้ว ! เฮ้ จูลิโอ้ !

พอเรียกจากทางด้านหลัง หมอนั่นก็หันกลับมาด้วยท่าทางดีใจ

แจน - อะไรน่ะ ดูอารมณ์ดีจังเลยนะ
จูลิโอ้ - ครับ....... นี่

ในมือที่ยื่นออกมาจากกระเป๋ามีทรายอยู่ประมาณหนึ่งกำมือ

จูลิโอ้ - พอดีได้ถุงเท้าสำรองมา

หลังจากคิดช้าไปแว่บนึง ก็เข้าใจได้ ถ้าเอาทรายใส่อัดไว้ในถุงเท้าก็จะได้อาวุธตีที่เรียกว่าแบล็คแจ็ค

แจน - อ๊ะ ........เตรียมไว้ให้ด้วย

จูลิโอ้ที่เอาทรายใส่กลับกระเป๋าพยักหน้า เพราะก่อนหน้านี้เราเคยพูดประมาณว่าถ้าเกิดมีอาวุธก็จะดีใจ......

จูลิโอ้ - ผมถนัดใช้มีด แต่.......
แจน - ไม่หรอก ช่วยได้มากเลย ฉันหวังพึ่งนายอยู่นะ

พอเห็นว่าดูซึมๆ ไปหน่อย ฉันก็รีบแก้ต่างให้ แล้วจูลิโอ้ก็ยิ้มบางๆ เหมือนเด็ก
.......ได้อาวุธมาก็ดีอยู่หรอก......แต่รู้สึกคาใจกับท่าทางหรือจะบอกว่าบรรยากาศของจูลิโอ้ดี

แจน - .......ทำไมนายถึงนอบน้อมกับฉันซะขนาดนั้นล่ะ ?
จูลิโอ้ - .......เปล่า ไม่ได้.......

จูลิโอ้หยุดยืนตรงมุมทางเดิน พอฉันถามซ้ำด้วยสายตา หมอนั่นก็พึมพำเบาๆ

จูลิโอ้ - เพราะคุณแจนเป็นคนที่สุดยอดมาก
แจน - หา ?

ฉันเอียงคอแล้วพยายามหาส่วนที่สุดยอดของตัวเองสุดชีวิต .......เป็นสมาชิกสำรองของ CR:5 ตอนอายุ 16 แล้วก็ขึ้นเป็นสมาชิกธรรมดาอย่างรวดเร็ว ถึงจะเคยโดนจับหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็จะแหกคุกออกมาสำเร็จ ......ที่สุดยอดด้านความสามารถก็มีแค่นั้นล่ะมั้ง ? ถึงจะเคยมีคนบอกว่าเป็นคนดวงดีสุดยอด แต่ก็ไม่เคยโดนบอกว่าเป็นคนสุดยอด เรื่องที่ทำมาในฐานะสมาชิกของ CR:5 ก็......พูดชัดๆ เลยคือมีแต่งานเด็กรับใช้ทั้งนั้น.....เดินทางไปเป็นเพื่อนท่านตาบ้าง ส่งของบ้าง ทำหน้าที่แทนช่างกุญแจบ้าง อุ......ต๊อยต๋อยชิบเลย

จูลิโอ้ - "LUCKY DOG"......

จูลิโอ้พึมพำด้วยเสียงเหมือนชื่นชมบูชาอย่างคลั่งไคล้ เอ่อ มันน่าอายนะ เลิกมองมาด้วยสายตาแบบนั้นเหอะ
ฉันเกาแกรกๆ แถวๆ ก้นแบบดูโอเวอร์

แจน - เอ่อ อย่างฉันน่ะไม่ใช่พวกเก่งกาจอะไรหรอกนะ ? ดูก็น่าจะรู้แล้วนี่ จริงๆ ก็แค่ผู้ชายเหลวไหล ที่หลักๆ แล้วมีดีแค่เรื่องดวง....
จูลิโอ้ - หยุด เถอะครับ.....

บรรยากาศรอบๆ เย็นยะเยือกไปวูบหนึ่ง

จูลิโอ้ - .......ทำไมพูดถึงตัวเองแบบนั้น-----

ฉันหุบปากด้วยแรงกดดันอันน่าประหลาด เป็นความรุนแรงของจูลิโอ้ที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
สักแป๊บนึง จูลิโอ้ก็หันหน้าหนีไปอีกทาง

แจน - อะไรน่ะ จูลิโอ้.......?
จูลิโอ้ - ......ขอโทษครับ..........
แจน - กลับกันสักทีมั้ย ? เดี๋ยวจะอดกินข้าวนะ
จูลิโอ้ - ......นั่นสินะครับ

ใบหน้าด้านข้างนั่น ดูเหมือนกำลังโกรธอยู่จริงๆ ด้วย

แล้วต่อไปเราก็จะเลือกไปเจอเบอร์นาโด้ แต่ตัดไป เพราะนี่คือรีวิวจูลิโอ้  ขืนเอามาลงในนี้ตอนจะรีวิวเบอร์นาโด้ก็ไม่มีอะไรลงน่ะซี้ แต่เพราะเบอร์นาโด้ถามว่ากับคนอื่นๆ เป็นยังไงมั่ง เราก็ต้องคัดมาลงแต่ของจูลิโอ้สิค้า

แจนจะบอกว่า จูลิโอ้น่ะไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ไม่ค่อยเข้าใจหมอนั่นเท่าไหร่ เพราะจำไม่ได้เลยว่าเคยทำอะไรให้ต้องมาสุภาพกันขนาดนั้นด้วย แล้วเบอร์นาโด้จะเอียงคอแบบแปลกใจ และบอกว่า นึกว่าจูลิโอ้เป็นพวกไม่สนใจคนอื่นซะอีก แต่กลับมารยาทดีกับนายจนน่าแปลกนะ ไม่เคยเจอหน้ากันเลยจริงๆ เหรอ ? แต่ไม่ว่ายังไงแจนก็นึกไม่ออก

อ๊อก อยากจะตะโกนบอกใจจะขาด แต่ตอนนี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอน กร๊อดดดดดด

ระหว่างกลับห้องขังหลังทานข้าวเย็น แจนก็โดนเบอร์นาโด้เรียกตัวเอาไว้ บอกว่าดูเหมือนจูลิโอ้จะทะเลาะกับพวก GD พลางถอนหายใจ แจนก็จะบอกว่าแค่ทะเลาะกันก็มีบ่อยอยู่แล้วไม่ใช่รึไง หรือว่าเจอผู้คุมมาเจอเข้า แต่จริงๆ แล้ว สาเหตุมันเพราะ อีกฝ่ายอาการสาหัสแบบไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแล้วต่างหาก ทำเอาแจนลำบากใจ เพราะว่าถ้าเกิดโดนลงโทษทางวินัยขึ้นมาล่ะก็จะเคลื่อนไหวไม่ได้เอา

เบอร์นาโด้เองก็ดุไปแล้ว แต่จูลิโอ้บอกว่าเพราะพวก GD ดูถูกแจน ทำเอาแจนเง็งก่อนจะนึกเรื่องเมื่อวานขึ้นมาได้ แจนพูดแบบตกใจมากว่า อย่าบอกนะว่าเพราะเรื่องนั้น จริงเรอะเนี่ย เจ้าจูลิโอ้คิดอะไรอยู่ เบอร์นาโด้บอกว่าไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน แต่พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแจนแล้ว ระดับมาตรฐานของจูลิโอ้จะเปลี่ยนไป นายก็ระวังตัวไว้หน่อยแล้วกัน แจนรับปากไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคิดมากถึงเหตุผลของท่าทีแบบนั้นของจูลิโอ้อยู่ดี

เพราะความรักไงคะ เพราะ・ความ・รัก・ไงล่ะค้า แต่เอาเหอะ ปกติแล้วใครเขาจะคิดไปถึงนั่นล่ะเนอะ แต่แค่ 4 วัน หุ้นของจูลิโอ้ก็พุ่งกระฉูดเกือบติดชั้นบรรยากาศซะแล้ว ช่างโดนใจอะไรขนาดนี้คะ อีหนู ข้าเจ้าไม่ได้โรคจิตชอบให้คนโดนอัดหรอกนะคะ แต่แบบว่าพอเจอความรักของจูลิโอ้มันชวนให้เกิดอาการหน้ามืดชอบกล คนที่รับไม่ได้ก็คงจะกลัวไปเลยมั้งเนี่ย เพราะระดับมัน......

 

ภาคแหกคุก 5th Day

ล่วงเข้ามาวันที่ 5 เหลืออีกสองวันจะจบเอนทรี่แล้วค่ะ แข็งใจหน่อย ใกล้จบแล้ว สู้เขาคนอ่าน !!

มาถึงวันนี้ เราก็จะได้รู้ถึงแพทเทิร์นการแหกคุกของแจนแล้วนะคะ นั่นคือ

ข้าวคุกห่วย → ขี้เกียจทำหรือหากินเอง → ทนกิน → ห่วยจนทนไม่ไหวแล้ว → แหกคุกมันซะเลย

เป็นแพทเทิร์นที่สวยงามมาก สมเหตุสมผลสุดขีด ถ้าพัศดีรู้คงน้ำตาไหลพรากเลยแจนเอ๊ย แถมมีการคิดว่าถ้ากลับดีบันแล้วหาของอร่อยกินดีกว่า เอาเรื่องนี้แหละมาเป็นแรงขับเคลื่อนในการแหกคุก เพราะยังไงก็มีกระเป๋าใบบะเอ้งตั้ง 4 ใบ ที่จริงแค่ของจูลิโอ้คนเดียวก็เกินพอแล้วล่ะจ๊ะ คุณชายตระกูลบอนโดเน่เชียวนะ แถมที่จริงน่ะ ทุกคนจะเลี้ยงข้าวแจนหมดแหละ แต่มีจูลิโอ้คนเดียวที่เลี้ยงร้านแพงฟูฟ่า (แน่นอนว่าอร่อย) ชวนให้เจ๊หน้ามืดเพราะความอยากกินมากเลยค่ะ

แต่เกมนี้ทำให้เราได้รู้ความเป็นจริงของโลกอย่างนึงว่า "เรื่องกินเรื่องใหญ่จริงๆ" ค่ะ

ความจริงตรงนี้ต้องเลือกไปเจอจูลิโอ้ก่อน แต่ถ้าเลือกไปเจออีตาโฮเมอร์หรือคนที่มาขอเจอก่อน แล้วค่อยไปหาจูลิโอ้ก็จะเป็นการเก็บสกอร์ไปในตัว เพราะงั้นคนที่เก็บสกอร์เลือกแล้วอย่าลืมโหลดกลับนะจ๊ะ

หลังจากตามหาจูลิโอ้ตรงโน้นตรงนี้ไปทั่ว ในที่สุดก็หาตัวเจอบนทางเดิน พอฉันเข้าไปหา หมอนั่นก็ทักทายด้วยสายตาแล้วผ่อนจังหวะการเดินลง แต่ไม่มีการเอ่ยปากพูดก่อน
จะลองคุยเรื่องสัพเพเหระไปดูดีมั้ยนะ.......? ถ้าไม่สนิทกันขนาดคุยเล่นหัวกันนิดหน่อยได้ เดี๋ยวตอนเวลาต้องหนีจริงๆ ถ้าเกิดมาเกรงใจกันแบบแปลกๆ ก็ลำบากแย่

แจน - นายน่ะ เพิ่งเคยเข้าคุกครั้งแรกเหรอ ? คุกน่ะ ถ้าเพิ่งเคยครั้งแรกก็อยู่ไม่สะดวกใช่มั้ยล่ะ
จูลิโอ้ - .......ครับ ไม่สะดวกเลยนะ.......ครับ
แจน - ของกินเหรอ ? หรือว่าผู้หญิง ?
จูลิโอ้ - เปล่า......การฆ่า....... (.......เอ่อ ขออภัยค่ะ ขอขัดหน่อยเหอะ แบบว่าจะพูดไงดี ฮื้อ พูดไม่ออก)
แจน - หา ?

ฉันส่งเสียงแบบไม่เข้าใจจริงๆ

จูลิโอ้ - น่าเบื่อ.....ที่ฆ่าตามงาน ไม่ได้......

ฉายาอีกอย่างว่า "หมาคลั่งจูลิโอ้" ผุดขึ้นมาในหัว เทียบกันแล้วฉายา Lucky Dog ของเราเนี่ยฟังดูน่ารักไปเลย โฮ่งๆ ผมไม่ใช่หมาคลั่งน้า

แจน - หรือว่านายจะเป็นพวกคลั่งไคล้การฆ่า ?

ทั้งที่ตั้งใจแค่พูดล้อเล่นแท้ๆ

จูลิโอ้ - เปล่าครับ การฆ่า......เป็นงานครับ ศพ.......
แจน - ชอบศพ.......?

ล้ำลึก ล้ำลึกเกินไปแล้ว ไม่รู้เลยว่าจะต่อบทสนทนายังไง มันยากเกินกว่าจะถือเป็นเรื่องโจ๊ก

แจน - ฮะๆ งั้น จะไปแอบดูพวกที่เก็บศพมั้ยล่ะ...... ว่าเข้าไปนั่น

มีกำหนดอยู่ว่าศพจากการประหารหรืออุบัติเหตุในเรือนจำจะถูกส่งกลับไปหาญาติ เพียงแต่ ศพจะถูกเก็บรักษาไว้ในที่เก็บศพภายในเรือนจำจนกระทั่งถึงวันนำออกที่กำหนดไว้
เป็นสถานที่ที่พูดได้เลยว่าต้องโผล่ออกมาในเรื่องผีที่พวกนักโทษเล่ากันประจำ

จูลิโอ้ - ตู้เก็บรักษาของที่นี่ไม่ได้ใส่กุญแจไว้ ถ้าไปคงจะได้เห็นศพที่มีทั้งหมดเลยสินะครับ......
แจน - ห๊ะ ? ทำไมรู้เรื่องแบบนั้นด้วยล่ะ ?

หมอนี่เพิ่งมาที่นี่เมื่อไม่นานนี้สินะ ? ปกติแล้ว นอกจากเจ้าหน้าที่ราชฑัณท์ คนอื่นจะเข้าไปในที่เก็บศพไม่ได้นี่

จูลิโอ้ - เมื่อก่อน เคยมารับศพพรรคพวกที่ตายในนี้กับหัวหน้าครับ ......เจ้าหน้าที่ราชฑัณท์ตอนนั้นเป็นคนช่างคุย แล้วผมก็รู้สึกสนใจด้วย เลยลองถามดูว่ามีศพเรียงรายอยู่เต็มไปหมดเลยเหรอ แต่รู้สึกว่าศพทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในตู้ ........น่าเบื่อจังเลยนะครับ......

-------ฉันเห็นด้วยกับความเห็นนั้นไม่ไหวหรอก แต่ว่า

แจน - เออนี่ ช่วยบอกสภาพข้างในที่เก็บศพเท่าที่ได้ยินมาให้ฟังหน่อยสิ เพราะอาจจะจำเป็นขึ้นมาก็ได้ กันไว้ก่อน

ฉันถามล้วงเอาข้อมูลเรื่องที่เก็บศพในตอนนั้นจากจูลิโอ้มาจนหมดเปลือก เป็นผลเก็บเกี่ยวที่คาดไม่ถึงเลย

ขณะนี้ข้าเจ้าไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีค่ะ เหมือนจะขำแต่ขำไม่ออก เพราะเนื้อหา.....รู้สึกหมดแรงฮ่ะ จูลิโอ้พูดเรื่องศพยังกับพูดถึงโมเดลกันดั้มที่เขาต่อโชว์ในตู้....(เกี่ยวไรกับกันดั้มล่ะนั่น) ขอยืมคำพูดเพื่อนมาหน่อยเถอะ บิดเบี๊ยวบิดเบี้ยวค่ะ รู้สึกเหมือนที่ที่ต้องพูดขัดอยู่เต็มไปหมด แต่ก็ไม่กล้า ใจไม่ด้านพอ ใจไม่ด้านพอ~♪ (สวมวิญญาณดักแก่) แต่การพูดเรื่องนี้อย่างจริงจังเหมือนมันเป็นงานอดิเรกธรรมดาด้วยท่าทางไร้เดียงสา(?) ได้เนี่ย โอ้ จูลิโอ้ ควอลิตี้จริงๆ ค่ะ

หลังจากนี้ก็โหลดกลับไปเลือกจูลิโอ้ เนื้อหาเหมือนข้างบนนี้ล่ะค่ะ เสร็จแล้วไปหาเบอร์นาโด้ซึ่งหลังจากนี้เราจะเจอเหตุการณ์อภิมหาโมเอ้จนเลือดกระฉูดออกจากปาก แต่เนื่องจากมันเป็นเบอร์นาโด้ จึงไม่สามารถออกอากาศในเอนทรี่นี้ได้ แต่เดี๊ยนล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าความคิดของจูลิโอ้ตอนที่อีวานไปบอกเรื่องของเบอร์นาโด้กะแจนนี่เป็นยังไง เพราะภายนอกดูเฉย....เฉยแต่มัน....ถอยฉากอย่างเยือกเย็นว่า ถ้าเกิดพวกเราอยู่กันตรงนี้ครบห้าคนเดี๋ยวจะโดนจับตามอง .......อ๊อก ข้าเจ้าล่ะอยากอ่านความคิดได้จริงๆ !! ........แต่มาลองคิดดู นั่นมันจูลิโอ้นี่หว่า.....ยกเลิก ไม่เอาๆ อันตรายเกินไป จิตใจของเค้ายังบอบบางเกินกว่าจะแตะของน่ากลัว ถึงจูลิโอ้จะไร้เดียงสา แต่ไร้เดียงสาเกินไปมันก็กลายเป็นความโหดร้ายได้.......

แต่เรื่องที่แจนได้เรียนรู้ในวันนั้นมัน..... "อีวานเป็นตัวยุ่งยาก เพราะน่าแกล้งมากเกินไป" อุ๊บส์ เห็นด้วยอย่างยิ่ง

แล้ววันนั้น แจนก็จะนอนคิดแผนการ พลางนึกถึงดีบันที่เป็นเหมือนบ้านของเขา

 

ภาคแหกคุก 6th Day

วัน.ที่.6 !! วันที่ 6 แล้วค่ะ เหลืออีกวันเดียว อื้ม อีกวันเดียว ก่อนอื่นเลือกไปเจอจูลิโอ้โลดค่ะ พี่น้อง

ทำไมช่วงนี้ถึงเห็นหน้าหมอนี่ทุกวันเลยแฮะ เอ่อ แต่วันนี้เราก็เป็นมาหาเหมือนเดิมล่ะนะ ที่รู้สึกติดใจแปลกๆ-----เป็นเพราะเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางเรียบร้อยนี่เหรอ ? รู้สึกว่าจะไม่ใช่ศัตรูของเราแต่ก็ยืนยันไม่ได้ว่าความคิดเห็นตรงกันหรือเปล่า อืม หรือว่าแค่มีจังหวะต่างกับคนอื่นน่ะ ? คุณ "จูลิโอ้ผู้ใช้มีด" คนดัง ?

แจน - .......นี่ ที่ถนนไหนเหรอ ? ฉันนึกเรื่องตอนเคยเจอนายเมื่อก่อนไม่ออกจริงๆ นั่นแหละ
จูลิโอ้ - งั้น หรือครับ.......

จูลิโอ้ตอบกลับมาด้วยท่าทางไม่ใส่ใจอะไรนัก

แจน - ตอนนั้นน่ะ ฉันเป็นยังไงเหรอ ? เจอตอนอายุเท่าไหร่ ?

จูลิโอ้มองหน้าเราไม่วางตา อะไรน่ะ ?

จูลิโอ้ - นั่น สินะครับ........

มือของจูลิโอ้ยื่นมาชี้ตรงแถวไหปลาร้าซ้ายของฉัน

จูลิโอ้ - รอยสักตรงนี้......

คราวนี้มองรอยสักนิ่งเลย แล้วจูลิโอ้ก็ยิ้มนิดๆ

จูลิโอ้ - เหมือนจะเพิ่งสักเสร็จใหม่ๆ ครับ----- ตอนที่เพิ่งเข้าแฟมิลี่ ครับ
แจน - งะ งั้นเหรอ ถ้างั้นก็น่าจะตอนฉันอายุสัก 16 คงจำไม่ได้จริงๆ น่ะแหละ
จูลิโอ้ - .......นี่ก็ เหมือนกับตอนนั้น

ต่อจากนั้น ก็เลื่อนลงมาชี้จี้แหวนทองของดูต่างหน้าแม่ที่โดนฆ่า

แจน - อ๋อ เจ้านี่มีมาตั้งแต่เด็กแล้วน่ะ
จูลิโอ้ - ครับ นั่นสินะครับ.......อ๊ะ.......

หลังจากเอานิ้วเกี่ยวแหวนทองขึ้นมาเบาๆ แล้วสายตาของจูลิโอ้ก็เลื่อนไปที่มือ ก่อนจะจ้อง.....เขม็ง มือขวาของเรา ?

แจน - มะ....ไม่มีอะไรหรอกนะ ?

เลยเผลอแบมือขวาให้ดูโดยไม่ได้ตั้งใจ และเห็นรอยแผลอยู่หลายเส้น บางทีคงเป็นรอยโดนมีดบาด เพราะตอนเด็กเราซนน่าดูนี่นะ ที่รู้สึกว่า.......จูลิโอ้ยิ้มนี่ เป็นภาพลวงตารึเปล่า

จูลิโอ้ - อ๊ะ......มีรอยเปื้อน ติดอยู่ด้วยครับ

จูลิโอ้หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วเช็ดรอยเปื้อนตรงปลายนิ้วให้

แจน - นายมีของชั้นสูงอย่างผ้าเช็ดหน้าอยู่หลายผืนเหมือนกันนะ เป็นผ้าเช็ดหน้าคนละผืนกับตอนที่เช็ดน้ำลายเราที่นอนกลางวันไปเมื่อไม่นานมานี้ สีไม่เหมือนกัน

จูลิโอ้ - ครับ.......

อ๋อ เดิมทีก็เป็นคุณชายจากตระกูลสูงทีเดียวอยู่แล้วสินะ ถูกเลี้ยงมาดีสินะ

แจน - ขอบใจนะ
จูลิโอ้ - ......ไม่หรอก.....ครับ

........ถึงจังหวะนี่จะยังเป็นปริศนาอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ประเภทไม่ถูกโรคด้วยอะไรขนาดนั้นมั้ง.....ฉันคิดขณะที่มองใบหน้าของจูลิโอ้

อุฮิอุฮิอุฮิ ที่รู้สึกว่าน่ารักเป็นบ้านี่เพราะจูลิโอ้เป็นคุณชายรึเปล่านะ ? (ไม่เกี่ยวเล้ย) น้ำลายหกก็เช็ด นิ้วเปื้อนก็เช็ดให้แล้วที่มองมือแจนแล้วยิ้มเนี่ย ฮุๆๆๆ เค้ารู้นะว่าคิดอะไรอยู่ กำลังคิด ถ้าเกิดแจนบอกว่าคอแห้งคงรีบไปหาน้ำหาท่ามาให้เลยรึเปล่านะ แต่จูลิโอ้ค่อนข้างจะซื่อบื้อ&ไม่ชินกับเรื่องทำนองนี้ซะด้วยสิ อ่านจากนิยายในยูระซุปเปอร์แพ็คแล้ว ตอนเดินทางแจนเป็นคนช่วยเลี้ยงดูปูเสื่อ แถมยังเมะได้อีก !! (แค่ดูเมะกว่าเท่านั้นแหละ)

พอมานึกภาพตาม ถ้าเกิดโดนจลิโอ้มองแบบนั้นนี่เราต้องเลือดกำเดากระฉูดแน่เลย (เฮ้ย)

คุณคนอ่านที่เพิ่งมาเข้าใจเนื้อเรื่องในนี้รู้สึกคาใจเหมือนแจนกันรึเปล่าคะ ? แต่เราไม่บอกง่ายหรอก มันยังไม่ถึงเวลา ฮ่าๆๆๆๆๆ /me หลบสาก เค้าก็อยากสครีมใจจะขาดนะ แต่มันต้องอดทนอ่ะ เอาไว้อ่านเสร็จหมด (รวมภาคหลบหนี+ดีบัน) รอบนึงแล้วมาลองอ่านทวนบทนี้อีกรอบสิ รับรองความรู้สึกต้องเปลี่ยนไปแน่ !!

หลังจากนั้นก็เลือกไปหานักโทษในคุก แล้วเข้าวันที่ 7 ไม่มีอะไร ไปหาอีวานแล้วก็นักโทษ ไปต่อวันที่ 8

 

ภาคแหกคุก 8th Day

วันสุดท้ายของภาคแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะที่อุตส่าห์อ่านมาจนถึงตรงนี้ แล้วไว้มาเจอกันใหม่นะ.......<<<ยังเฟ้ย เมื่อยแล้วอย่าเนียน !!

เอ่อ เมื่อกี๊เกิดอาการหน้ามืดไปวูบนึงค่ะ อย่าถือสา วันสุดท้ายนี้เราจะเริ่มทำการหนีด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะเหตุใด LUCK มันถึงเหลือแค่ 75 ฟระ คุณพระคุณเจ้า เค้าจะรอดมั้ยเนี่ย

แต่แค่เจอคำว่า "คุณแจน ขอบคุณมากครับ" ตอนเปิดประตูคุก เค้าก็รู้สึกเหมือนได้โชคมาเต็มที่แล้วล่ะค่า (แต่ถ้าพลาดก็จบกันตรู) แต่คนที่ตอบกลับไปดันเป็นอีวานซะงั้น ตอนที่จูลิโอ้จ้องอีวานแป๊บนึงก่อนจะหันกลับไปมองแจนทันที มันมีขึ้นประโยคมาว่า "แกอย่าเป็นคนตอบเซ่ อีวาน" ประโยคนี้ใครเป็นคนคิดเหรอคะ ? จูลิโอ้หรือแจน ? สับสนมากค่ะ แต่ถ้าจูลิโอ้เป็นคนตอบล่ะก็ กร๊าก ฮาฉุดไม่อยู่แน่

พอเดินไปเรื่อยๆ มีเสียงลูกบิดประตู แล้วตอนนั้นเองจูลิโอ้กับพุ่งไปเอาแบล็คแจ๊คตีหัวผู้คุมเกย์ดวงซวยเข้าเต็มๆ แจนที่เห็นรอยยิ้มบางๆ เหมือนกำลังสนุกบนสีหน้าไร้อารมณ์นั้นก็รีบตะโกนเบาๆ ว่าห้ามฆ่านะ แต่เพราะเป็นแบล็คแจ๊คเลยไม่ตาย แต่สลบไปทั้งที่ยังไม่ทันได้พูดสักแอะ จูลิโอ้ยื่นแบล็คแจ๊คให้ดูแล้วบอกว่า ไม่ได้ฆ่าครับ ออมมือไว้แล้ว

เพราะเป็นลูทจูลิโอ้รึเปล่านะ คราวนี้ถึงได้ใช้ลูทที่เก็บศพทั้งที่ปกติไม่อยากใช้ลูทนี้เลยแท้ๆ กระซิก แถมพอเข้าไปในนั้น สีหน้าของจูลิโอ้ก็ดูผ่อนคลายขึ้นอีกต่างหาก....เฮ้ย แจนทำไมทีงี้ถึงคิดว่า ไม่ได้คิดไปเองสินะฟระ

พอบอกว่าต้องเอาศพออกมาจากห่อแล้วเข้าไปในนั้นแทน อีวานทำท่าหยะแหยง แต่จูลิโอ้เปิดถุงทันที แจนก็ช่างคิดในแง่ดีว่าดีแล้วที่ไม่ได้รังเกียจ รังเกียจอะไรกันคะ กลับจะชอบเสียมากกว่าอีกรายนั้นน่ะ T_Tb ท่าทางสนุกสนานก็ดีแล้วล่ะนะ คิดในแง่ดีไว้

ไม่นานนักเจ้าหน้าที่ก็มาขนถุงที่ข้างในคือพวกแจน แล้วมีคนนึงที่เหมือนขยับตัว ตอนที่ผ่านเหตุนั้นไปได้แจนก็ก็คิดในใจว่า ใครฟระที่ขยับตัวน่ะ ไอ้บ้าอีวานเรอะ ? กร๊าก อีวานมันบ้าจริงๆ นั่นแหละ

พอออกมาข้างนอกได้ แจนก็เปิดถุงออกมาทันที หลังจากอัดพวกเจ้าหน้าที่มอบหมดแล้วก็ถึงเวลาเผ่น ตอนพวกแจนออกมาที่ถนนเพื่อรอรถที่นัดไว้ จูลิโอ้ก็แสดงความยินดีกับแจนทันที .....ใจเร็วด่วนได้อีกแล้วอีหนู !! อยากเป็นทาสรับใช้แจนขนาดนั้นเลยหรือจ๊ะ !?

ทั้งที่น่าจะรอดแล้วแต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝันมากมาย ลูกน้องของเบอร์นาโด้ที่น่าจะขับรถมาก็ไม่มา เลยต้องแย่งอัลฟ่าโรเมโอสีแดงแป๊ดคนัใหม่เอี่ยมของพัศดีไปใช้แทน

ต่อไปมุ่งหน้าสู้ตะวันตก สู่ป่าเขาท้องทุ่งไร่นา โลเกชั่นสุดวิเศษที่เอื้อให้เกิด.....และ....และ......กันเถอะ !! ซิ่งไปเลยเบอร์นาโด้ และเกมนี้ทำให้รู้ว่ารถอิตาลีเน้นเร็ว รถเยอรมันเน้นถึก

พวกเจ้าหน้าที่ยิงปืนไล่ตามมา แต่ก็ไม่มีโดนสักนัด แจนร่าเริงสุดขีดว่าไม่โดนหรอกน่า เพราะว่าฉันกำลังฟิตเปรี๊ยะเต็มที่

จูลิโอ้ - ......ตัวจริง.....
แจน - หา พูดอะไรนะ ?
จูลิโอ้ - คุณเป็นตัวจริงจริงๆ ด้วยครับ Lucky Dog
แจน - ถ้ามีตัวปลอมออกมาก็แย่สิ

ไม่รู้ว่าเรื่องที่ฉันพูดเข้าหูหมอนั่นบ้างรึเปล่า จูลิโอ้ถึงได้จ้องมองฉันไม่ยอมเลิก......

 

........................................................................................................................................... 

 

และแล้วก็จบซะที อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ยาวมากกกกกก (คิดว่าเพราะใครล่ะยะ<<<เพราะข้าเจ้าบ้าเองล่ะค่ะ ขอโทษค่ะ) ต่อไปภาคหลบหนีคิดว่าคงไม่ยาวเท่าไหร่ เพราะหลักๆ ก็คือนั่นน่ะแหละ นั่นน่ะแหละ นั่นน่ะแหละ แถมส่วนใหญ่สครีมไปในส่วนของอีวานแล้วด้วย แต่ถ้าลองเล่นดูอีกทีอาจจะเจออะไรใหม่ก็ได้

จูลิโอ้น่ารักมั้ยล่ะคะ น่ารักมั้ยล่ะคะ น่ารักมั้ยล่ะคะ คนที่ยังไม่เคยเล่น และคนที่ยังเล่นไม่ถึงเริ่มเห็นความน่ารักของจูลิโอ้กันหรือเปล่าคะ ถ้าเห็นแล้วมาร่วมบ้ากับข้าเจ้าด้วย ข้าเจ้าจะระรื่นเต็มที่เลยเจ้าข้าเอ๊ย แต่แค่นี้ยังเบาะๆ นะคะ พอเข้าดีบันแล้ว จูลิโอ้จะทั้งน่ารักทั้งโรคจิตระดับเดทเมทัล ทำเอาเลือดไหลโจ๊กๆ เลยล่ะคะ (เลือดในเกมด้วย......) 

ต่อไปอัพจูลิโอ้ภาคหลบหนีดี หรืออัพมิโด้ดีหว่า......ลังเลๆ

ถ้าอย่างนั้น ข้าเจ้าขอตัวไปเล่น Steal! ก่อนล่ะนะค้า มิโดรินจ๋าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ